ผีน้อยกับชะตากรรมอันน่าหดหู่
“ผีน้อย” คือชื่อเรียกกลุ่มคนไทยที่ลักลอบทำงานในเกาหลีโดยไม่มีใบอนุญาต โดยอาศัยฟรีวีซ่าอ้างว่าไปท่องเที่ยวแต่กลับอาศัยอยู่เกินเวลาหรือลักลอบเข้าประเทศ ถือเป็นการกระทำผิดและไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานไทยระบุว่าปี 2019 จำนวนแรงงานไทยในเกาหลีมีมากกว่า 160,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผีน้อยถึง 140,000 คนเลยทีเดียว
โดยมากผีน้อยจะเข้าสู่ภาคธุรกิจใช้แรงงานหนัก ตั้งแต่ด้านการเกษตร, อุตสาหกรรมยานยนต์ ไปจนถึงร้านนวด ด้วยค่าแรงค่อนข้างสูงสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ต้องแลกกับความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะจากความแออัดของที่พัก, ชีวิตขาดความมั่นคงเพราะไม่มีกฎหมายคุ้มครอง, ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ จากเจ้าหน้าที่รัฐ อีกทั้งถูกทำร้ายและเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างมากมาย แต่หลายคนยังคิดว่ามันคุ้มค่าด้วยทำให้พวกเขามีโอกาสได้ค่าแรงมากกว่าการทำงานภายในประเทศ
จำนวนผีน้อยที่ผันตัวเข้าไปอยู่ในธุรกิจค้าประเวณีไม่อาจทราบตัวเลขแน่ชัด มีทั้งคนเต็มใจทำงานโดยรู้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญกับอะไรและมีการตกลงค่าแรงไว้ล่วงหน้า คนกลุ่มนี้จะถูกจัดหากันผ่านนายหน้าและจ่ายเงินเป็นจำนวนมากก่อนเข้ามาทำงาน
แต่บางส่วนก็ถูกล่อลวงไปด้วยอาชีพนวด โดยระบุว่าไม่มีการเสียตัวและรายได้ค่อนข้างสูง แต่นี่เป็นอาชีพที่สงวนไว้ให้คนพิการในเกาหลีใต้ ดังนั้นแท้จริงคือการหลอกพาไปค้าบริการ ดังที่เคยมีแมสเสจขอความช่วยเหลือผ่านไลน์หรือส่งข้อความหาพนักงานร้านสะดวกซื้อของสาวไทยในเกาหลีใต้ช่วงปี 2017
อีกกรณีคือสาวชาวบราซิลที่ถูกล่อลวงว่า พวกเธอจะได้รับการเปิดตัวในวงการบันเทิงเกาหลี ได้รับการจัดสรรทั้งค่าตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก และอาการการกินให้ แต่กลับถูกกักขังและบังคับให้ค้าบริการจนต้องหนีออกมาขอความช่วยเหลือ บางส่วนยังถูกนำไปเกี่ยวข้องธุรกิจยาเสพติดอีกด้วย
ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้เริ่มลดลงทั้งจากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด ทำให้ทางการเกาหลีใต้เข้ามาควบคุมปราบปรามแหล่งมั่วสุมเหล่านี้อย่างเข้มงวด แต่นั่นคงเป็นเรื่องชั่วคราวเมื่อผู้คนที่นั่นเองบางส่วนยังให้การสนับสนุน ทั้งผีน้อยและการค้าประเวณีมีเครือข่ายแจ้งเตือนการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ จนทางเกาหลีใต้เองต้องเปิดโอกาสให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ทั้งการตรวจหาเชื้อโควิด หรือการมีประกันเฉพาะสำหรับคนกลุ่มนี้อีกด้วย
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งอีกทั้งหยิบยกมาพูดถึงแค่ในส่วนของผีน้อยไทยที่มีความเกี่ยวข้องในงานนี้ ซึ่งจริงๆแล้วยังมีชาติอื่นที่เกี่ยวพันในธุรกิจอีกมาก รวมถึงภายในเกาหลีเอง นั่นทำให้ธุรกิจมืดชนิดนี้ยังคงดำเนินต่อไม่มีวันจบสิ้น