แม้เหตุการณ์นองเลือด 8888 ที่รัฐบาลทหารเมียนมาปราบปรามประชาชนเมื่อวันที่ 8 ส.ค. ปีค.ศ.1988 ผ่านมา 33 ปีแล้ว แต่ชีวิตของชาวเมียนมายังคงอยู่ใต้เงื้อมมือของรัฐบาลทหาร ซ้ำร้ายเศรษฐกิจที่พังพินาศหลังการรัฐประหารเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ กลับถูกซ้ำเติมด้วยการระบาดของโควิด-19

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เหตุการณ์เดิมๆ ที่เห็นตั้งแต่หลังรัฐประหาร คือประชาชนที่ต้องการเงินสดต้องไปเข้าคิวรอหน้าตู้  ATM เช้าขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดคือเวลา 03.30 น. และจำนวนคนที่เข้าคิวก็มากกว่า 300 คน และแม้ช่วงเที่ยงที่อุณหภูมิสูงแตะ 38 องศาเซลเซียส คนก็ยังยืนรอด้วยความหวังว่าจะเหลือเงินสดให้ถอน ขณะที่ค่าเงินจ๊าตก็ดิ่งลงไป 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ 

มีตู้ ATM ไม่ถึง 100 ตู้ทั่วประเทศ ที่มีเงินสดให้ถอนในแต่ละวัน เกิดการกักตุนเงินสด
ธุรกิจจำนวนมากรับเฉพาะเงินสดไม่รับการทำธุรกรรมการเงินดิจิตอล รัฐบาลทหารได้แก้ปัญหาด้วยการสุ่มเลือกตู้ ATM เพื่อนำเงินสดไปใส่ไว้ทุกวัน แต่จะถอนได้ไม่เกินวันละ 120 ดอลลาร์ หรือราว 4,000 บาท 

ชาวเมียนมาที่อยู่ในเมืองต่างรู้สึกว่าการไปเข้าแถวหน้าตู้ ATM เป็นการปล่อยเวลาให้เสียเปล่าแต่ก็ไม่มีทางเลือก แต่ในชนบทเกษตรกรได้หันไปใช้วิธีแลกเปลี่ยนอาหารที่พวกเขาปลูกกับอาหารอย่างอื่น แต่บางคนจำต้องแลกของรักของหวงอย่างรถมอเตอร์ไซค์ หรือกล้องถ่ายรูปกับถังออกซิเจน เพราะได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในเวลานี้ ซึ่งรัฐบาลทหารได้ถือโอกาสโทษว่าเป็นเพราะการระบาดของโควิด-19 และบอกว่าจะเร่งสะสางปัญหาขาดแคลนเงินสดภายในเดือนนี้