นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย บอกอีกว่า ขณะนี้เหลือแท็กซี่ที่สามารถให้บริการได้เพียง 20,000 คันเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลเขียวเหลือง สาเหตุที่แท็กซี่ส่วนบุคคลเขียว ไม่หยุดบริการนั้น เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไรหรือจะหาทำงานอื่นทำได้หรือไม่
โดยแท็กซี่ที่ให้บริการมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ก็คือ แท็กซี่ส่วนบุคคล ส่วนที่ 2 คือแบบนิติบุคคลห้างหุ้นส่วนจำกัด และกลุ่มที่ 3 คือ สหกรณ์แท็กซี่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 45 ของทั้งหมดที่ให้บริการ ซึ่งในจำนวน 20,000 คันที่ยังให้บริการอยู่ มีแท็กซี่ของสหกรณ์เหลือแค่ 3,000 คันเท่านั้น
ส่วนกรณีที่ต้องนำรถมาจอดทิ้งไว้จนมีภาพคล้ายสุสานแท็กซี่ เนื่องจากรถแท็กซี่จะให้บริการลูกค้าตลอดเวลา จึงไม่มีการเตรียมแผนในการสำรองสถานที่เพื่อจอดรถแท็กซี่ที่ไม่ได้ให้บริการ ฉะนั้น เมื่อเกิดผลกระทบขึ้น รถแท็กซี่ก็ต้องจอดทิ้งไว้
บางรายหากต้องการหาที่จอดรถก็ต้องไปเช่าสถานที่เพื่อจอดรถ ถ้าเป็นพื้นที่ในเมืองราคาเช่าก็จะสูงมาก จึงต้องมาจอดแถวย่านชานเมือง แถมยังต้องมีรายจ่ายในส่วนค่าบำรุงรักษา / ค่าเช่าที่ และค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้ช่วงแรกผู้ประกอบการสามารถรับมือได้ เพราะยังใช้ทุนเก่าอยู่ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า แบกภาระไม่ไหวแล้ว