เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างมาก กรณีการแชร์ภาพสุสานรถแท็กซี่จำนวนมากในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยถูกนับมาจอดทิ้งไว้เป็นเวลานานแล้ว “เนชั่น ทีวี” ได้ส่งทีมลงไปพิสูจน์เรื่องนี้ และได้พบว่ามีสุสานรถแท็กซี่เพิ่มอีกแห่ง

“เนชั่น ทีวี” ลงพื้นที่ไปยังสุสานรถแท็กซี่ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนพุทธสาคร ตำบลสวนหลวง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยเป็นรถแท็กซี่ของสหกรณ์บวรแท็กซี่ ซึ่งได้ถูกจอดทิ้งไว้ที่ด้านหลังอู่เป็นจำนวนมาก / จากในภาพจะเห็นว่า รถแท็กซี่หลายคันมีเถาวัลย์และหญ้าปกคลุมเกือบทั้งตัวรถ โดยทีมข่าวได้รับข้อมูลว่า รถแท็กซี่แต่ละคันที่ถูกจอดทิ้งไว้ น่าจะจอดทิ้งมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี เนื่องจากผลกระทบจากแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้รับข้อมูลว่า ยังมีสุสานแท็กซี่อีกแห่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงคือ อู่สหกรณ์ราชพฤกษ์ ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่รถแท็กซี่จากอู่สหกรณ์บวรแท็กซี่ ได้นำมาจอดไว้และมีรถแท็กซี่จากอู่สหกรณ์ราชพฤกษ์อีก 1 อู่ มาจอดเอาไว้เช่นเดียวกัน

 

 

 

แน่นอนว่า ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ทำให้รถแท็กซี่จำนวนมากต้องถูกนำมาจอดทิ้งไว้ และคนที่จะตอบคำถามทีมข่าวได้ดีที่สุด ก็คือ นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย นายวิฑูรย์ แนวพานิช บอกกับ “เนชั่น ทีวี” ว่า สถานการณ์ของ แท็กซี่ ตั้งแต่ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 เมื่อช่วงปลายปี 2562 มีการให้บริการ ประมาณ 83,000 คัน แต่เมื่อเข้าสู่การแพร่ระบาดระลอกที่ 3  ทำให้คนขับรถแท็กซี่จำนวนหนึ่งไม่สามารถทำงานได้ และตัดสินใจนำรถมาจอดทิ้งไว้ จนมีภาพหญ้าขึ้นบนรถแท็กซี่อย่างที่เห็น และการแพร่ระบาดรอบนี้ เกิดผลกระทบอย่างมาก เพราะรายได้ที่กลุ่มคนขับรถแท็กซี่จะได้ เมื่อหักต้นทุนและการเติมแก๊สแล้ว จะเหลือเฉลี่ยอยู่ที่ 40 - 50 บาทต่อวันเท่านั้น ทำให้ยิ่งมีรถถูกนำจอดเพิ่มมากขึ้น

 

นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย บอกอีกว่า ขณะนี้เหลือแท็กซี่ที่สามารถให้บริการได้เพียง 20,000 คันเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นแท็กซี่ส่วนบุคคลเขียวเหลือง สาเหตุที่แท็กซี่ส่วนบุคคลเขียว ไม่หยุดบริการนั้น เนื่องจากยังไม่รู้ว่าจะไปทำอาชีพอะไรหรือจะหาทำงานอื่นทำได้หรือไม่

 

 

โดยแท็กซี่ที่ให้บริการมีทั้งหมด 3 กลุ่ม ก็คือ แท็กซี่ส่วนบุคคล ส่วนที่ 2 คือแบบนิติบุคคลห้างหุ้นส่วนจำกัด และกลุ่มที่ 3 คือ สหกรณ์แท็กซี่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 45 ของทั้งหมดที่ให้บริการ ซึ่งในจำนวน 20,000 คันที่ยังให้บริการอยู่ มีแท็กซี่ของสหกรณ์เหลือแค่ 3,000 คันเท่านั้น

 

 

ส่วนกรณีที่ต้องนำรถมาจอดทิ้งไว้จนมีภาพคล้ายสุสานแท็กซี่ เนื่องจากรถแท็กซี่จะให้บริการลูกค้าตลอดเวลา จึงไม่มีการเตรียมแผนในการสำรองสถานที่เพื่อจอดรถแท็กซี่ที่ไม่ได้ให้บริการ ฉะนั้น เมื่อเกิดผลกระทบขึ้น รถแท็กซี่ก็ต้องจอดทิ้งไว้

 

 

บางรายหากต้องการหาที่จอดรถก็ต้องไปเช่าสถานที่เพื่อจอดรถ ถ้าเป็นพื้นที่ในเมืองราคาเช่าก็จะสูงมาก จึงต้องมาจอดแถวย่านชานเมือง แถมยังต้องมีรายจ่ายในส่วนค่าบำรุงรักษา / ค่าเช่าที่ และค่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม้ช่วงแรกผู้ประกอบการสามารถรับมือได้ เพราะยังใช้ทุนเก่าอยู่ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า แบกภาระไม่ไหวแล้ว

นายกสมาคมการค้าเครือข่ายแท็กซี่ไทย บอกอีกว่า หลังจากนี้หากรัฐบาลไม่มีนโยบายแก้ไขหรือแก้ไขได้ช้า จะเห็นภาพแท็กซี่จอดทิ้งแบบนี้เพิ่มมากขึ้น เพราะสหกรณ์อื่นๆที่มีอยู่ รวมแล้วมากกว่า 50 สหกรณ์ ที่เริ่มจะแบกรับภาระไม่ไหวเช่นกัน

 

 

ส่วนสถานการณ์ความยากลำบากของโชเฟอร์แท็กซี่ ที่ยังต้องขับรถแท็กซี่หาเลี้ยงชีพ แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล โดยการสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ของคนขับแท็กซี่ที่มีอายุ 65 ปีลงมา / กรณีอายุเกิน 65 ปี ที่สมัครมาตรา 40 ไม่ได้ และกลุ่มที่ตกหล่น เพื่อได้รับความช่วยเหลือคนละ 5,000 บาท เรื่องนี้ นายวิฑูรย์ ยืนยันว่า หากเป็นผู้สมัครประกันตนมาตรา 40 ที่สมัครในพื้นที่สีแดง แม้จะมีภูมิลำเนาที่จังหวัดใดก็จะก็จะสามารได้รับการเยียวยา