เราคงจะรับผู้ป่วยได้มากพอสมควร เท่าที่ศักยภาพ เตียง และแพทย์พยาบาลของเราเท่าที่มีอยู่จะทำให้ถึงที่สุด และถ้ามันเลวร้ายจนถึงขนาดต้องมีคนไข้ล้นไปอยู่ที่จอดรถหน้า ER หลาย ๆ รายในบางหน เราก็อาจจะจำเป็นหยุดรับ และขอเคลียร์คนไข้ขึ้นตึกให้เสร็จสัก 8 ชั่วโมงหรือ 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลับมาเปิดรับอีกครั้งเมื่อเคลียร์ ER ได้ เหมือนกับที่เพื่อนร่วมรบของเราในหลายโรงพยาบาลทำอยู่ เพราะจำนวนคนป่วยใหมที่มีแต่ละวันในเคสโควิดนั้น มากเกินกว่าศักยภาพของทุกโรงพยาบาลรวมกันมากกว่าสิบเท่าจริง ๆ นะ
สัปดาห์หน้า ราววันพฤหัส เราจะติดตั้งเตนท์พลาสติกความดันลบแบบเตนท์สนาม สำหรับทำหัตถการผู้ป่วยโควิดในวอร์ดโรคไตสองเตนท์ และในวอร์ดอายุรกรรมอีกสี่เตนท์ โดยความช่วยเหลือจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย วันอังคารมะรืนนี้ ในวอร์ดสูตินรีเวชห้องคลอดที่เป็น Negative Pressure สองยูนิตของเราน่าจะเปิดใช้งานได้ สำหรับผู้คลอดวันละราว 10 ราย ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นผู้ติดเชื้อหรือเป็น PUI เราคิดว่า เราเตรียมพร้อมแล้วนะ ที่จะทำสงครามใหญ่ในเดือนสิงหาคม
วันที่ 2 ส.ค. การปรับปรุงศูนย์ Home Isolation ของเราจะเสร็จสิ้น เราน่าจะมีห้องที่ใช้นัดหมายทำความเข้าใจและ Orientation ผู้ป่วยโควิดที่ยังมีอาการไม่มาก ที่จะมารับยาและเวชภัณฑ์เองได้คราวละ 20 คนในห้อง Orientation ที่เป็น Negative Pressure ตอน 11 นาฬิกาวันจันทร์พรุ่งนี้ หลังการประชุมวอร์รูมของโรงพยาบาล เรานัดประชุมแนวทางการส่งผู้ป่วยเข้า HI ของเรากับนายแพทย์ สสจ.จังหวัดปทุมธานี กับสสอ.และผอ.รพ. คลองหลวง, ธัญบุรี, สามโคกและ ลำลูกกา ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ได้ส่งต่อผู้ป่วยโควิดเข้า HI ของ รพ.ธรรมศาสตร์ เป็นจำนวนมาก
ในโครงการ HIของธรรมศาสตร์ ที่วันนี้มีผู้ป่วยสะสมเกือบแปดร้อยคนแล้ว เราสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง และรับดูแลผู้ป่วยได้ไปจนถึงการรับผู้ป่วยกลับเข้านอนในโรงพยาบาลในกรณีที่มีอาการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ จนถึงขณะนี้ ผู้ป่วยในโครงการ HI ของเราที่มีอาการมากขึ้นได้ถูกส่งตัวกลับมารักษาในรพ.ธรรมศาสตร์ และใน รพ.สนามธรรมศาสตร์มากกว่า 20 คนแล้วนะ แม้ว่าในช่วงต้นเราจะไม่มีผู้ป่วยในโครงการมากนักก็ตาม ตัวเลขผู้ป่วยที่เรารับเข้ามานอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเมื่ออาการรุนแรงมากขึ้นนี่เอง ที่เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าโครงการ Home Isolation สามารถทำงานช่วยผู้ป่วยในภาวะขาดแคลนเตียงได้อย่างมีประสิทธิภาพและโดยไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย เพราะหากมีอาการเลวร้ายลง เรารับกลับมาดูแลทุกรายจริง ๆ
ที่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ วันนี้เราหารือกันและตัดสินใจว่า เราจะเพิ่มห้องและเพิ่มเตียงสำหรับดูแลผู้ป่วยเคสสีเหลืองที่จะต้องทำ close monitorในรพ.สนาม จากเดิมที่เคยมีอยู่ในชั้น 2 ของอาคารDLuxxเพียง 22 เตียง ให้กลายเป็น 44 เตียงใน 44 ห้อง สำหรับดูแลผู้ป่วยที่มีอาการมากขึ้นในระดับที่ต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจ เราจะต้องจัดหาเครื่องทำออกซิเจนเพิ่มขึ้นสำหรับอีก 22 ห้องในชั้นที่ 3 พร้อมกับจัดหาชุดมอนิเตอร์สัญญาณชีพของผู้ป่วยในทุกเตียงและทุกห้อง ซึ่งจะต้องเตรียมจัดหาให้เสร็จภายในกลางเดือนนี้ให้ได้ เพื่อเผชิญวิกฤตรอบใหม่ที่เรารู้อยู่แล้วว่ากำลังจะมาถึง เพราะโอกาสที่จะส่งผู้ป่วยเหล่านี้กลับไปดูแลรักษาใน รพ.หลัก ก็จะมีน้อยลงด้วย