หญิงสาวยังผวาหวั่น หลัง "พลายบุญช่วย" กลับมาพังบ้านซ้ำ หลังเจ้าหน้าที่ช่วยซ่อมแซมบ้านดีเหมือนเดิมพร้อมแนะนำให้เปลี่ยนสีบ้านเป็นสีทึบ แต่เจ้าตัวยืนยันทาสีชมพูเหมือนเดิม

นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายวุฒิพงษ์ ศรีช่วย หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังช้างป่าแก่งกระจาน เรื่องการซ่อมแซมบ้านของนางรัชฎาวรรณ ผึ้งประสพพร อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเลขที่ 134 หมู่ 1 บ้านเฉลิมเกียรติพัฒนา ต.ห้วยสัตว์ใหญ่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังถูก “พลายบุญช่วย” ช้างใหญ่ป่าละอู ใช้หัวดันกำแพงห้องครัวพังเป็นรูโบ๋ แล้วใช้งวงรื้อค้นอาหารกินอย่างสบายใจ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา 

ยังผวา! "พลายบุญช่วย" พังบ้านซ้ำ อุทยานฯ เพิ่ม จนท.ลาดตระเวน

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ร่วมกับทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก เจ้าหน้าที่ อบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ และสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS)ประเทศไทย ได้ดำเนินการซ่อมแซมกำแพงบ้านของผู้เสียให้ เหลือแต่รอฉาบปูนและทาสีเนื่องจากปูนกำแพงบ้านยังไม่แห้งสนิท พร้อมแนะนำเจ้าของบ้านให้เก็บอาหารมิดชิดป้องกันช้างได้กลิ่น 

เจ้าหน้าที่บอกว่า "พลายบุญช่วย" เข้ามาหากินในบ้านหลังดังกล่าวแล้วหลายครั้ง 

โดยหลังจากซ่อมบ้านเสร็จ ได้นำรถแบคโฮจากอบต.ห้วยสัตว์ใหญ่ มาปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป่าด้านหลังบ้านให้กว้างขึ้นเพื่อง่ายต่อการมองเห็นช้างในระยะไกล สะดวกต่อการเข้าผลักดันช้างป่าได้อย่างปลอดภัย

ยังผวา! "พลายบุญช่วย" พังบ้านซ้ำ อุทยานฯ เพิ่ม จนท.ลาดตระเวน

“ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้เจ้าของบ้านเปลี่ยนสีบ้านจากเดิมสีชมพูเป็นสีน้ำตาลหรือโทนสีทึบที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ป่าธรรมชาติ เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่าถูก “พลายบุญช่วย” บุกต่อเนื่องติดกันหลายครั้งแล้วอาจจำสีบ้านได้ หากเปลี่ยนเป็นสีทึบช้างอาจไม่เข้ามารบกวน 

แต่หลังจากสอบถามเจ้าของบ้านแล้วแจ้งว่าจะใช้สีชมพูเหมือนเดิม แต่ในใจก็ยังหวั่นกลัวว่าช้างป่ากลับเข้ามาอีก 

ยังผวา! "พลายบุญช่วย" พังบ้านซ้ำ อุทยานฯ เพิ่ม จนท.ลาดตระเวน

นายพิชัย บอกว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เพิ่มความถี่ในการออกลาดตระเวนเพื่อป้องกันช้างป่าเข้ามาหากินบนถนนและในชุมชนชาวบ้าน