สภาองค์กรของผู้บริโภค เร่ง ‘ประกันสังคม’ เพิ่มสายด่วนช่วงโควิด รองรับผู้ประกันตนกว่า 13 ล้านคน พร้อมเรียกร้องออกมาตรการดูแลผู้ประกันตนที่ติดโควิดให้ชัดเจนกว่านี้

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ที่มียอดผู้ติดเชื้อสูงติดต่อกันกว่า 1 หมื่นรายต่อวันในขณะนี้ อีกทั้งด้วยจำนวนเตียงผู้ป่วยมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการในการรักษาพยาบาล ทำให้โรงพยาบาลไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ทั้งหมดนั้น 
เมื่อวานวันนี้ (22 กรกฎาคม 2564) สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับ ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน แถลงข่าวเรียกร้องให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ออกมาตรการที่ชัดเจนในการดูแลผู้ประกันตนที่ติดโควิด - 19 โดยเฉพาะการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญาประกันสังคม และการเข้าระบบการดูแลที่บ้าน (Home Isolation) 

สภาองค์กรของผู้บริโภค เรียกร้องให้ประกันสังคมเร่งเพิ่มสายด่วนช่วงโควิด

สุภัทรา นาคะผิว ประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมามีพนักงานจำนวนหลายรายที่ทำงานในสถานประกอบการต่าง ๆ ติดเชื้อโควิด19 แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลผ่านระบบประกันสังคมได้ เนื่องจากโทรเข้าไปติดต่อเบอร์สายด่วน 1506 ของ สปส. ไม่ได้ จึงมองว่า สปส. ควรมีการเร่งดำเนินการระบบรับเรื่องร้องเรียนที่สภาวะการณ์ที่ไม่เป็นปกติอย่างเช่นสถานการณ์โควิดช่วงนี้ คือ สปส. จะต้องเพิ่มคู่สายให้มากเพียงพอกับจำนวนผู้ประกันตนในระบบที่มีถึงประมาณ 13 ล้านคน เมื่อผู้ประกันตนไม่สามารถเข้ารับการรักษาในระบบการดูแลที่บ้าน (Home Isolation : HI) และ การดูแลรักษาในโรงพยาบาลสนาม สำหรับคนในชุมชน (Community Isolation : CI) กับโรงพยาบาลคู่สัญญา หรือ โรงพยาบาลที่ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิรักษาได้ที่มีอยู่ถึง 300 กว่าแห่งทั่วประเทศ จึงเรียกร้องให้ สปส. กำหนดมาตรการถึงโรงพยาบาลคู่สัญญาทันทีเพื่อให้มีความชัดเจนว่าผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจะสามารถเข้าสู่ระบบและผู้ประกันตนที่อยู่ในขั้นสีเขียวจะสามารถทำ HI หรือ CI ได้อย่างไร

องค์กรผู้บริโภค จี้ ประกันสังคม เพิ่มสายด่วนช่วงโควิด

อย่างไรก็ตามการที่โรงพยาบาลคู่สัญญารับผู้ประกันตนเข้าไปแล้ว ขณะที่บางโรงพยาบาลรับผู้ประกันตนเข้าไปดูหนึ่งแสนคน และผู้ประกันก็จะต้องจ่ายเงินทุกเดือนเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลดังกล่าว ดังนั้น ผู้ประกันตนทุกคนก็จะต้องได้รับการดูแลจากโรงพยาบาลคู่สัญญา แต่ ณ ตอนนี้กลับดำเนินการล่าช้ามาก 
 “ประกันสังคมจะทำงานแบบปกติไม่ได้ จะต้องปรับตัวให้เร็วกว่านี้ เนื่องจากมีผู้ประกันตนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก มีความเป็นความตายอยู่ทุกวัน เมื่อไม่กี่วันมานี้ยังมีคนป่วย คนเจ็บ คนตายอยู่ที่บ้าน ดังนั้น ประกันสังคมต้องประกาศออกไปเลยว่าผู้ประกันตนต้องไม่มีใครตายที่บ้าน หรือ ผู้ประกันตนต้องได้ทำ HI ถ้าติดเชื้อและอยู่ในขั้นสีเขียว ดังนั้น การเพิ่มจำนวนคู่สายเพื่อรับเรื่องร้องเรียนนั้นจะต้องเพิ่มไปอย่างน้อย 300 - 400 คู่สายเพื่อให้เพียงพอกับจำนวนผู้ประกันตน ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่ต้องทำพรุ่งนี้เลย ไม่ต้องรออีกหลายวัน เพราะผ่านไปหนึ่งวันแปลว่ามีคนตายเพิ่มขึ้น” สุภัทรา กล่าว

องค์กรผู้บริโภค จี้ ประกันสังคม เพิ่มสายด่วนช่วงโควิด

สุภัทรา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังพบผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติที่อาจยังเข้าไม่ถึงการตรวจ หรือ การรักษา รวมทั้งการเยียวยาต่าง ๆ สปส. จะต้องเร่งให้ความช่วยเหลือกับผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติด้วย อีกทั้งในเชิงหลักการมองว่าไม่ควรเลือกปฏิบัติอย่างยิ่งกับผู้ประกันตนที่ถึงแม้จะเป็นแรงงานข้ามชาติแต่เขาเหล่านั้นก็ส่งเงินสมทบให้กับ สปส. ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น หากจะกำกับและควบคุมโรคให้ได้ก็ควรต้องให้บริการกับคนทุกคนบนแผ่นดินไทย 

สุภัทรา นาคะผิว ประธานอนุกรรมการด้านบริการสุขภาพ สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.)
ด้าน สมชาย กระจ่างแสง ชมรมพิทักษ์สิทธิผู้ประกันตน กล่าวว่า สปส. สามารถออกมาตรการกับโรงพยาบาลคู่สัญญาในการทำเรื่อง HI หรือ CI กับผู้ประกันตนที่ติดโควิดได้ จากข้อมูลพบว่าร้อยละ 80 ของผู้ที่ติดเชื้อโควิดมีอาการไม่หนักมาก และยังอยู่ในขั้นที่เป็นสีเขียว ไม่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล เนื่องจากยังสามารถดูแลตัวเองได้ นอกจากนี้ในเรื่องการเยียวยานั้น สปส. ควรมีมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประกันตนทุกคน เนื่องจากผู้ประกันตนทุกคนจ่ายเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือนด้วยเช่นเดียวกัน หาก สปส. มองว่าทุกคนได้รับผลประทบจากการแพร่ระบาดของโควิด19 ก็ควรที่จะเยียวยาให้กับผู้ประกันคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน  
 

ขณะที่ ธีรา วีระวงศ์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ กลุ่มงานมาตรฐานทางการแพทย์ สำนักจัดระบบบริการทางการแพทย์ สปส. กล่าวว่า สปส. มีการทำงานเชิงรุกมาตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด19 รอบแรกจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่การตั้งจุดตรวจคัดกรองในสถานประกอบการ มีการตรวจผู้ประกันตนและบุคคลทั่วไปกว่า 4 แสนคน และมีการประสานงานเพื่อจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ผู้ประกันตนแล้ว ส่วนเรื่องเตียงที่ไม่เพียงพอนั้นทางหน่วยงานได้มีการประสานเพิ่มคู่สายพิเศษ สายด่วน 1506 กด 6 และ 1506 กด 7 เพื่อรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงประสานหาโรงพยาบาลในการรองรับผู้ประกันตนได้กว่า 10,000 คนขณะที่ในเรื่องการทำ HI CI นั้น มีการวางแผนว่าระบบสายด่วนนั้นจะต้องเพิ่มศักยภาพ คือ จะต้องมีคู่สายเพิ่มขึ้น เพื่อให้มีการประสานงานทำระบบที่เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลสำหรับผู้ประกันตนที่ต้องการดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน แต่ในส่วนการออกประกาศให้กับโรงพยาบาลคู่สัญญารองรับผู้ประกันตนที่ติดติดเชื้อโควิด19 จะต้องมีขั้นตอนในการดำเนิน โดยจะต้องผ่านการลงนามจากคณะกรรมการแพทย์และคณะกรรมการประกันสังคมก่อน เรื่องดังกล่าวได้ยื่นเรื่องไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้  

 

อย่างไรก็ตาม ธีรา ระบุว่า สปส. ไม่ได้นิ่งนอนใจและพร้อมที่จะดูแลผู้ประกันตนทุกคน โดยได้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่ตลอดเวลาตั้งแต่การระบาดรอบแรกจนถึงรอบนี้  

ส่วน สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า สปส. จะต้องเร่งรีบดำเนินการในเรื่องเร่งด่วนโดยระบบที่ไม่จำเป็นต้องผ่านคณะกรรมการฯ ดังกล่าว เนื่องจากทำให้เกิดความล่าช้า ตัวอย่างเช่น การผลักดันระบบ HI ของ สปสช. ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นเดือนเช่นเดียวกับ สปส. นั้นมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก ขณะที่ผู้ประกันตนเองยังไม่ได้รับสิทธิเหล่านั้น นอกจากนี้ สปส. ต้องเร่งรัดออกประกาศให้ผู้ประกันตนทุกคนทราบว่าหากต้องการตรวจเชื้อ หรือ คนที่มีความกังวลว่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยง หรือ ผู้ประกันตนที่ติดเชื้อแล้ว จะต้องไปตรวจ 
 
 ได้ที่ใดหรือต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อที่ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงการตรวจได้และเป็นการลดความเสี่ยงของผู้ประกันตน รวมถึงคนรอบข้างได้อีกด้วย 
 สารี กล่าวอีกว่า คนงานหรือพนักงานจำนวนมากเป็นวัยแรงงาน ซึ่งเมื่อติดเชื้ออาจจะเป็นการติดเชื้อที่ไม่รุนแรงมากนักและสามารถที่จะดูแลตัวเองที่บ้านได้ ดังนั้น ระบบ HI จึงมีความสำคัญเพื่อการควบคุมโรคและควรทำให้กับทุกกลุ่ม ทั้งในแรงงานระบบและนอกระบบ อีกทั้ง สปส. ควรดำเนินการใบปลอดเชื้อ หรือ ใบที่ระบุว่าตัวเองไม่มีเชื้อแล้วและสามารถที่จะกลับไปทำงานได้ ซึ่งตอนนี้ภาระตกอยู่กับผู้ประกันตนเป็นอย่างมากที่จะต้องเดินไปบอกกับคนอื่นว่าไม่มีเชื้อ กล่าวคือ ไม่มีกระบวนการที่เอื้ออำนวยให้กับผู้ประกัน ทั้งฝั่งนายจ้าง และ สปส. เลย 
  องค์กรผู้บริโภค จี้ ประกันสังคม เพิ่มสายด่วนช่วงโควิด
 ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้มีข้อเสนอไปยัง สปส. เพื่อเร่งรัดดำเนินการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ติดเชื้อโควิด19 ดังนี้ 

  •  1) สปส. ต้องเร่งรัดพัฒนาระบบรับเรื่องร้องเรียน อย่างน้อยให้ได้ 300 ถึง 400 คู่สาย เพื่อเปิดรับปัญหาของผู้ประกันตนที่เข้าไม่ถึงบริการสุขภาพ  
  •  2) สปส. ต้องออกประกาศให้ผู้ประกันตนทุกคนสามารถไปตรวจคัดกรองที่หน่วยคัดกรองโควิดได้ในเครือข่ายของประกันสังคม หรือ โรงพยาบาลคู่สัญญาทั้งหมด 
  •  3) สปส. ต้องออกมาตรการให้โรงพยาบาลคู่สัญญาทำระบบ HI หรือ CI ทุกแห่ง เพื่อรองรับผู้ประกันตนที่อยู่ในขั้นสีเขียว ที่สามารถรักษาตัวเองได้ที่บ้าน 
  •  4) สปส. ต้องช่วยเหลือผู้ประกันตนทุกคน ทั้งผู้ประกันตนในมาตรา 33, 39 และ 40 ทั้งที่เป็นแรงงานคนไทยและต่างชาติ อย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ 
  •  5) สปส. ต้องรีบจัดหาวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนให้เพียงพอ สำหรับแรงงานคนไทยและต่างชาติ อย่างเสมอภาค เท่าเทียมกัน ไม่เลือกปฏิบัติ