หัวหน้านักวิทย์ฯ องค์การอนามัยโลก เตือนแต่ละประเทศ คิดสูตรฉีดวัคซีนสลับชนิด อาจเป็นอันตราย เพราะยังไม่มีผลวิจัยรองรับ และกระทบต่อการฉีดเข็ม 3 ในอนาคต ด้าน ผอ.WHO ชำแหละการกระจายวัคซีน ยังขาดความเท่าเทียม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างมาก ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวเมื่อวาน (12 ก.ค.) ว่า คณะกรรมการโรคติดต่อ เห็นชอบให้มีการฉีดวัคซีนสลับชนิด โดยเข็มที่ 1 เป็นซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพป้องกันเชื้อสายพันธุ์เดลตานั้น

 

แต่ไม่ทันไร สำนักข่าวต่างประเทศ อ้างคำกล่าวของ Soumya Swaminathan หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระบุว่า ตอนนี้เทรนด์การฉีดวัคซีนต่างชนิดกัน อาจส่งผลกระทบได้ เพราะมีข้อมูลวิจัยน้อยมาก จนไม่ทราบผลข้างเคียงที่ชัดเจน

 

ซึ่งขณะนี้มีเพียงข้อมูลจากคณะกรรมการที่ปรึกษาแห่งชาติด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (NACI) ของแคนนาดา ที่อนุมัติสูตรฉีดสลับชนิดเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยเข็ม 1 เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และเข็ม 2 เป็นไฟเซอร์

 

รวมถึงเทรนด์การฉีดสลับชนิด อาจกระทบต่อการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในอนาคต หากประชาชนเลือกฉีดเองได้ โดยไม่ได้รับคำแนะนำด้านสาธารณสุข

 

ด้านนายเทดรอส อาดานอม เกเบรเยซัส ผอ.องค์การอนามัยโลก บอกว่า ตอนนี้เกิดความไม่เท่าเทียมกัน ในการกระจายวัคซีนไปยังประเทศต่างๆ โดยประเทศร่ำรวยสั่งจอง เพื่อฉีดเข็ม 3 แล้ว แต่ประเทศรายได้ปานกลาง หรือยากจน กลับยังขาดแคลนวัคซีน