ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปี 2564 สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดสุราษฎร์ธานี หน่วยเปิดขายใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 926.5 โดย H2/64 จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จาก H2/63 ส่วนหน่วยเปิดใหม่รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 714 หน่วย มูลค่า 2,445 ล้านบาท โดยหน่วยขายได้ใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 59.8 ส่วน H2/64 จะลดลงร้อยละ -27.8 จาก H2/63 ซึ่งหน่วยขายได้รวมในปี 2564 คาดว่าจะมี 450 หน่วย มูลค่า 1,270 ล้านบาท โดยคาดว่าหน่วยเหลือขาย H1/64 จะเพิ่มจาก H1/63 ร้อยละ 4.5 และ H2/64 หน่วยเหลือขายจะยังคงเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 16.7 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับหน่วยเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 3,006 หน่วย มูลค่า 9,507 ล้านบาท ในส่วนของการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย H1/64 คาดว่าจำนวนหน่วยโอนฯ จะลดลงจาก H1/63 ร้อยละ -7.3 แต่มูลค่าโอนฯ จะเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 20.6 และ H2/64 มีแนวโน้มว่าหน่วยโอนฯ จะเพิ่มจาก H2/63 ร้อยละ 29.9 และมูลค่าโอนฯ จะเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.7 เมื่อเทียบกับ H2/63 สำหรับหน่วยโอนและมูลค่าการโอนฯ รวมปี 2564 จะมีประมาณ 3,919 หน่วย มูลค่า 9,707 ล้านบาท
ผลสำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราช พบว่ามีจำนวนที่อยู่อาศัยอยู่ระหว่างการขาย ณ ครึ่งหลังปี 2563 มีอัตราลดลงร้อยละ -3.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 1,565 หน่วย ในจำนวนดังกล่าวเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,520 หน่วย หรือร้อยละ 97.1 เป็นโครงการอาคารชุด 45 หน่วย หรือร้อยละ 2.9 และเป็นโครงการเปิดขายใหม่ในครึ่งหลังปี 2563 จำนวน เพียง 97 หน่วย ซึ่งทั้งหมดเป็นโครงการบ้านจัดสรร หรือเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 100 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 สำหรับหน่วยขายได้ใหม่ มีจำนวน 89 หน่วย ซึ่งการขายได้ใหม่นี้มีอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีหน่วยเหลือขายสะสมจำนวน 1,476 หน่วย หรือลดลงร้อยละ -4.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 โดยเป็นโครงการบ้านจัดสรร 1,433 หน่วย หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97.1 ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด เมื่อจำแนกตามราคาพบว่าหน่วยเหลือขายส่วนใหญ่อยู่ในช่วงระดับราคา 3.01 5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวน 816 หน่วย ขณะที่หน่วยขายได้ใหม่มากที่สุดก็ยังคงอยู่ในช่วงราคา 3.01 5.00 ล้านบาท โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 43 หน่วย
ทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราช ปี 2564
สำหรับทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช หน่วยเปิดขายใหม่ H1/64 เพิ่มจาก H1/63 มาประมาณ 86 หน่วย จากที่ H1/63 ไม่มีหน่วยเปิดใหม่เลย โดย H2/64 คาดว่าจะลดลงร้อยละ -9.3 จาก H2/63 หน่วยเปิดใหม่รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 174 หน่วย มูลค่า 773 ล้านบาท หน่วยขายได้ใหม่ H1/64 จะสูงกว่า H1/63 ร้อยละ 73.5 ส่วน H2/64 จะลดลงร้อยละ -23.6 จาก H2/63 และหน่วยขายได้รวมปี 2564 คาดว่าจะมี 127 หน่วย มูลค่า 441 ล้านบาท สำหรับหน่วยเหลือขาย H1/64 จะเพิ่มจาก H1/63 ประมาณร้อยละ 13.7 และ H2/64 หน่วยเหลือขายจะยังคงเพิ่มขึ้น ร้อยละ 20.5 เมื่อเทียบกับ H2/63 หน่วยเหลือขาย ณ สิ้นปี 2564 จะมีประมาณ 1,778 หน่วย มูลค่า 6,232 ล้านบาท
ด้านอุปสงค์ การโอนกรรมสิทธิ์ H1/64 หน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะลดลงจาก H1/63 ร้อยละ -38.1 และมูลค่าโอนฯ จะลดลงร้อยละ -21.4 สำหรับ H2/64 มีแนวโน้มว่าหน่วยโอนฯ จะเพิ่มจาก H2/63 ร้อยละ 8.9 และมูลค่าโอนฯ จะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 30.4 เมื่อเทียบกับ H2/63 ส่วนหน่วยโอนฯ และมูลค่าการโอนฯ รวมปี 2564 จะมีประมาณ 2,778 หน่วย มูลค่า 5,640 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้ประมาณการทิศทางตลาดที่อยู่อาศัยภาคใต้ในพื้นที่สำรวจ ปี 2564 โดยคาดว่า ณ ครึ่งแรกปี 2564 จะมีที่อยู่อาศัยรอการขายจำนวน 16,738 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 76,070 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 16,941 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 76,697 ล้านบาท ในครึ่งหลังปี 2564 ในขณะที่อัตราดูดซับต่อเดือนของบ้านจัดสรร คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.1 ในครึ่งแรกปี 2564 และอยู่ที่ร้อยละ 1.2 ในครึ่งหลังปี 2564 ส่วนอัตราดูดซับต่อเดือนของอาคารชุดคาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ในครึ่งแรกปี 2564 และอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ในครึ่งหลังปี 2564
สำหรับการเคลื่อนไหวด้านการเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณการว่าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะมีการเปิดโครงการใหม่ประมาณ 2,308 หน่วย ในครึ่งแรกปี 2564 และเปิดใหม่อีก 2,711 หน่วย ในครึ่งหลังปี 2564 ในขณะที่จำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ ณ ครึ่งแรกปี 2564 คาดว่าจะมีจำนวนประมาณ 8,663 หน่วย มูลค่า 22,400 ล้านบาท และหน่วยโอนกรรมสิทธิ์จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 9,893 หน่วย มูลค่า 25,125 ล้านบาท ในครึ่งหลัง ปี 2564