"ราชทัณฑ์" ชี้แจง ขณะนี้ยังไม่มีผู้ต้องขังกลุ่มราษฎรอดอาหารเพิ่ม โดย "ฟ้า" ปกติก็อดอาหารมื้อเย็นเป็นประจำตั้งอยู่นอกเรือนจำแล้ว ส่วนอาการ "เพนกวิน" ยังปกติ แขน-ขายังมีแรง สัญญาณชีพก็ยังดี กินทั้งนม น้ำเปล่า น้ำหวาน และเกลือแร่เหมือนเดิม

นายวัลลภ นาคบัว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ชี้แจงกรณีกระแสข่าว การอดอาหารของนายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า แกนนำคณะราษฎรมูเตลู ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอธัญบุรี ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้รับแจ้งจากนายพรหมศร ว่าต้องการอดอาหารแต่อย่างใด เป็นเพียงการงดอาหารมื้อเย็นซึ่งเจ้าตัวแจ้งว่าขณะอยู่ภายนอกเรือนจำก็งดอาหารมื้อเย็นอยู่แล้ว ส่วนอาหารมื้ออื่นๆ ยังคงรับประทานเป็นปกติ พร้อมรับประทานขนมและเครื่องดื่มที่ทางเรือนจำ จัดเพิ่มและญาติได้ทำการสั่งซื้อไว้

ส่วนบาดแผลจากการประสบอุบัติเหตุก่อนเข้าเรือนจำได้ทำการรักษาจนหายดีแล้ว แต่ในอนาคตหากผู้ต้องขังรายดังกล่าวมีความสงค์จะอดหรือปฏิเสธที่จะรับประทานอาหาร ทางเจ้าหน้าที่ก็พร้อมให้การดูแลตามขั้นตอนอยู่ตลอดเวลา เพราะถือเป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่สามารถกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยต้องไม่เป็นอันตรายต่อตัวเองและผู้อื่น

ส่วนกรณีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน มีอาการอ่อนเพลียหนักจนน่าเป็นห่วงนั้น กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธการรับประทานอาหาร แต่ยังดื่มเกลือแร่ นม และน้ำหวานเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้อยู่ในภาวะที่เป็นอันตราย จากการตรวจร่างกายในช่วงเวลาประมาณ 18.30 นาฬิกา เมื่อวานนี้ (25 มีนาคม 2564) พบว่า สัญญาณชีพยังปกติ อุณหภูมิร่างกาย 37 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 72 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 16 ครั้งต่อนาที ความดันโลหิต 104/87 mmHg. ไม่พบอาการของภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ส่วนผื่นคันบริเวณหน้าอกพบว่าลดลงบ้างแล้ว แต่ผื่นที่หลังยังคงเดิม ระดับความรู้สึกตัวยังดี สามารถเข้าพบพูดคุยกับทนายความได้ปกติ มีอาการอ่อนเพลียลงเล็กน้อยจากการอดอาหารต่อเนื่องหลายวัน แต่ยังสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ แขนขายังมีแรงดี ยกต้านแรงได้ ปัสสาวะได้ปกติ และนอนหลับพักผ่อนได้ไม่มีความวิตกกังวล สภาพร่างกายโดยทั่วไปยังคงไม่น่าเป็นห่วงตามที่มีกระแสข่าวออกไป

กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงเพิ่มเติม ประเด็นความปลอดภัยของแกนนำคนอื่นๆ นั้น ขอยืนยันว่า กรมราชทัณฑ์ มีการบริหารงานราชทัณฑ์ที่ยึดตามกฎ ระเบียบ และเป็นมาตรฐานต่อผู้ต้องขังทุกคนอย่างเท่าเทียมตามหลักสิทธิมนุษยชน มีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบตั้งแต่กระบวนการรับตัวจากศาลจนกระทั่งปล่อยตัว ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดสามารถปฏิบัตินอกเหนือจากกรอบจนก่อให้เกิดความผิดปกติหรือเหตุการณ์ไม่สมควรได้ โดยเหตุการณ์ที่ยังคงเป็นประเด็นเรื่องการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ในแกนนำม็อบกลางดึกนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของชั้นศาล และได้เข้าพบเพื่อให้ข้อมูลแก่คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้ด้วยกรอบของกฎหมาย ต้องรอผลการพิจารณาอีกครั้ง โดยขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติงานตามหน้าที่และไม่ได้มีเจตนาที่จะทำอันตรายต่อร่างกายและชีวิตของผู้ต้องขังทุกคนแต่อย่างใด