28 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในอำเภอโนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ว่าผู้สูงอายุอีกรายที่ถูกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรียกเก็บเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นเงินเกือบ 100,000 บาท จึงเดินทางไปตรวจสอบได้พบกับนางทองสี รัตนภักดี อายุ 78 ปี ชาวตำบลโนนดินแดง อ.โนนดินแดง เล่าให้ฟังว่า ตนมีลูกทั้งหมด 7 คน เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2524 อาสาสมัครทหารพรานทองดี รัตนภักดี ซึ่งเป็นลูกชายคนโต ได้เสียชีวิตที่อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ หลังจากนั้นประมาณ 5-6 ปี ก็ได้รับเงินบำนาญพิเศษเดือนแรกโอนเข้าบัญชี 600 บาท ต่อมาได้รับเดือนละ 5,000 บาท ปรับเป็น 7,000 8,000 9,000 บาทตามลำดับ และเพิ่งมาปรับเพิ่งเป็น 10,000 บาท เมื่อประมาณกลางปี 2563
ส่วนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเริ่มรับเมื่อประมาณปลายปี 2549 จนถึงปี 2562 รวม 13 ปี กระทั่งมีเจ้าหน้าที่จากทางเทศบาลตำบลโนนดินแดง นำหนังสือมาแจ้งที่บ้านว่าตนเองได้รับเงินเบี้ยผู้สูงอายุซ้ำซ้อนกับเงินบำนาญของลูกชายที่เสียชีวิต จึงถูกระงับเบี้ยผู้สูงอายุ และถูกเรียกเงินเบี้ยผู้สูงอายุคืนทั้งหมด 97,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 ต่อปี โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าหากไม่ชำระคืนจะถูกฟ้องยึดทรัพย์ ตอนนั้นก็ตกใจมากแทบช็อก เพราะกลัวจะถูกยึดบ้านแล้วจะไปอาศัยที่ไหน จึงตัดสินใจยอมเซ็นรับชำระเบี้ยผู้สูงอายุคืนตามที่ถูกเทศบาลเรียกเก็บ