เนชั่นทีวี

ข่าว

เศร้า!! สองตายาย จูงมือข้ามถนน รับเบี้ยยังชีพ ถูกกระบะชนดับ

14 ธ.ค. 2563 | Ekkapon

เศร้า!! สองตายาย จูงมือข้ามถนน รับเบี้ยยังชีพ ถูกกระบะชนดับ

สองตายาย จูงมือกันข้ามถนนออกจากบ้านจะไปรับเบี้ยยังชีพคนชรา สุดท้ายไปไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ถูกกระบะพุ่งชนดับคาท้องถนน ขณะที่ชาวบ้านเผยหลังถนนถูกขยายใหม่ทั้งกว้างทั้งใหญ่ ก่อสร้างแล้วเสร็จมาได้เพียง 3 เดือน ทำชาวบ้านผู้คนในพื้นที่เดินทางเข้าออกจากบ้าน ข้ามไปมายากลำบาก ขณะผู้ที่ใช้เส้นทางยังใช้ความเร็วสูง วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างจุดตัดทางข้ามอย่างปลอดภัยให้มากกว่านี้

14 ธ.ค.63 เวลา 08.30 น. ร.ต.ท.ธีรวัต พรประสิทธิ์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุมีรถยนต์กระบะพุ่งชนคนชราเสียชีวิตคาท้องถนน จำนวน 2 ราย เหตุเกิดที่บริเวณบนถนนสาย 304 สุวินทวงศ์ (ฉะเชิงเทรา-กรุงเทพฯ) ด้านฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพฯ ก่อนถึงปั้มน้ำมันซัสโก้ประมาณ 200 เมตร พื้นที่ ม.17 ต.คลองนครเนื่องเขต อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ 

เศร้า!! สองตายาย จูงมือข้ามถนน รับเบี้ยยังชีพ ถูกกระบะชนดับ


ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบริเวณทางออกจากหมู่บ้าน และมีช่องลอดขนาดเล็กของแนวแบริเออร์ปิดกั้นร่องกลางถนนสำหรับให้ผู้คนใช้เดินผ่านข้ามถนนใหญ่ได้ ห่างจากช่องลอดไปประมาณ 50 เมตร พบร่างของผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย ลักษณะนอนเรียงรายอยู่บนช่องทางด้านขวาสุด จากทั้งหมด 3 ช่องจราจร และพบเศษกระจังหน้าและชิ้นส่วนของรถยนต์กระบะ เศษชิ้นเนื้อ เศษมันสมองและรอยเลือด รวมถึงหน้ากากอนามัย ปากกา พวงกุญแจบ้าน และรองเท้าของผู้เสียชีวิต จำนวน 2 คู่แบบชายหญิง 
ชิ้นส่วนตัวรถและทรัพย์ติดตัวผู้ตาย ปลิวกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นไปทั่วบริเวณ และยังพบไม้เท้าค้ำยันคนชราปลิวไปตกอยู่ติดกับแนวแท่งแบริเออร์ในสภาพคดงอ อีกทั้งยังพบกระเป๋าถือของผู้เสียชีวิตติดไปกับกระจังหน้าของรถยนต์กระบะแบบสี่ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ และไปตกกองอยู่กับพื้นถนน ที่บริเวณจุดที่รถคันเกิดเหตุพุ่งเลยไปจอดนิ่งอยู่ ห่างจากร่างของผู้เสียชีวิตไปอีกประมาณ 40 เมตร 

ตัวรถอยู่ในสภาพฝากระโปรงหน้าเปิดฉีกออกพังยับเยิน โดยจุดเกิดเหตุเป็นช่องลอดที่ กม. 71 พอดีทราบชื่อของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายต่อมา คือ นางอุทัย เทียนไชย อายุ 83 ปี และนายเจริญ จูดี อายุ 76 ปี ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน จากการสอบถาม นางจุฑามาศ นาคมงคล อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นหลานของนายเจริญ เล่าว่า น้าของตนอยู่กันเพียงลำพัง 2 คนกับภรรยา
โดยไม่มีบุตรด้วยกัน แต่มีบุตรบุญธรรมเป็นชาย ที่ไปทำงานยังที่ กทม. คอยช่วยส่งเสียเลี้ยงดูให้อยู่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาหลังจากตักบาตรพระแล้ว ทั้งสองคนได้พากันออกจากบ้าน ซึ่งอยู่ภายในซอยนี้ เพื่อที่จะเข้าไปในตัวเมืองรับเงินเบี้ยยังชีพคนชราที่ธนาคารกรุงไทยในตัว จ.ฉะเชิงเทรา โดยทั้งคู่พากันเดินออกมาด้วยการจูงมือตามกันมาเพื่อที่จะไปขึ้นรถสองแถวโดยสารด้านฝั่งตรงข้าม
ซึ่งฝ่ายสามีเป็นคนจูงนำ เนื่องจากน้าสะใภ้นั้นมีอายุมากกว่า จนต้องใช้ไม้เท้าค้ำยันในเวลาจะเดิน จึงเชื่อว่า ในขณะเกิดเหตุทั้งคู่ได้พากันเดินจูงมือกันข้ามถนนไปอย่างช้าๆ แต่ถนนมีขนาดกว้างมากถึงด้านละ 3 เลน จึงทำให้การเดินข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่งนั้น ต้องใช้เวลานาน จนทำให้มีรถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงนั้นเบรกหยุดรถให้ไม่ทันและพุ่งชนจนเสียชีวิตดังกล่าว ซึ่งปกติทั้ง 2 คนนี้ มักจะจูงกันข้ามถนนอยู่เป็นประจำ เพราะนอกจากจะไปรับเบี้ยยังชีพแล้ว ยังต้องพากันไปหาหมอเพื่อพบแพทย์ด้วยกันเดือนละหลายครั้ง นางจุฑามาศ กล่าว

ขณะที่ นายสง่า มูหะหมัด อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/3 ม.7 ต.บางน้ำเปรี้ยว อ.บางนำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา คนขับรถยนต์กระบะ ได้ให้การต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้ขับรถออกมาจากบ้านเพื่อที่จะไปยังที่บ้านคลองเจ้า โดยผ่านมาทางถนนสายบายพาสเลี่ยงเมืองบางขวัญ ก่อนจะมาเข้าสู่ถนนสายสุวินทวงศ์เส้นนี้ โดยใช้ความเร็วประมาณ 100 กม.ต่อ ชม. ขับมาบนเลนด้านขวาสุด
เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ มีรถคันอื่นๆ ขับบังเส้นทางอยู่บนเลนด้านซ้ายทั้ง 2 เลน จึงทำให้ตนที่ขับรถมาบนเลนที่ 3 ด้านขวาสุดนั้น มองไม่เห็น 2 ตายายทั้งคู่ ที่กำลังจะเดินข้ามและพุ่งเข้าชนจนเสียชีวิต ดังกล่าว นายสง่า ระบุ
ขณะที่ นายศุภชัย โชคยางกูร อายุ 73 ปี ชาวบ้านซึ่งมีบ้านเรือนพักอาศัยอยู่ที่บริเวณริมถนนใกล้กับจุดเกิดเหตุ กล่าวว่า หลังจากถนนสายนี้มีการก่อสร้างขยายเส้นทางจากด้านละ 2 ช่องจราจร เป็นด้านละ 3 ช่องจราจร รวม 6 ช่องจราจรแล้วเสร็จมาได้ประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้ผู้ใช้เส้นทางขับรถผ่านด้วยความเร็วสูง
เนื่องจากการสัญจรขับรถผ่านไปได้โดยสะดวก เนื่องจากถนนทั้งโล่งเตียน และผิวถนนเลียบ จึงทำให้ชาวบ้านที่จะต้องข้ามถนนไปขึ้นรถโดยสาร หรือรถรับส่งคนงาน ทางด้านฝั่งตรงข้ามนั้นข้ามได้ไม่สะดวก และไม่ปลอดภัย ทั้งที่มีคนพักอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก เพราะขับรถเร็วกันมาก และขับผ่านอยู่ตลอดเวลา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาทางแก้ไข หรือทำทางข้ามที่ข้ามได้อย่างสะดวกและปลอดภัยด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้งแล้ว ตามจุดต่างๆ ที่มีทางข้ามในลักษณะนี้ และบริเวณจุดกลับรถ นายศุภชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด