พ.ต.อ.ธรากร เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะหาเหยื่อโดยเลือกผู้เสียหายที่โดนโกงจากการซื้อของตามออนไลน์แล้วไม่ได้สินค้า ซึ่งผู้เสียหายจะโพสต์ลงในเฟซบุ๊กหรือโซเชียลตามกลุ่มต่างๆ จากนั้นผู้ต้องหาที่แฝงตัวอยู่ก็จะส่งข้อความอ้างเป็นธนาคารแสดงความช่วยเหลือ
จากนั้นก็จะส่งลิ้ง SCB connect ปลอมพร้อมโลโก้ธนาคารก่อนสอบถามทางคดี และหว่านล้อมให้ผู้เสียหายส่งข้อมูลส่วนตัว อาทิ วันเดือนปีเกิด รหัสผ่าน และ รหัส OTP เพื่อเข้าใช้บัญชีของผู้เสียหาย ก่อนทำการโอนเงินออกไปยังบัญชีเหยื่อ ซึ่งมีผู้เสียหายมากกว่า 10 คน มูลค่าความเสียหายนับ 1 ล้านบาท โดยเหตุเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562
ด้าน พ.ต.ท.เอกพล เผยว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นเยาวชนในจังหวัดภาคใต้ ระดับ ปวช. ที่สนใจศึกษาด้านเทคโนโลยี ซึ่งเงินที่ได้มาจะนำมาเฉลี่ยแบ่งกัน แล้วนำไปใช้จ่ายทั่วไปและเล่นการพนัน
ด้าน นายกฤษณ์ ระบุว่า ข้อสังเกตของประชาชนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยลักษณะ line office ของธนาคารไทยพาณิชย์ของจริงจะมีสัญลักษณ์ตราโล่ห์เป็นสีเขียวเท่านั้น นอกจากนี้ธนาคารจะไม่มีการขอรหัส OTP รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า เพราะธนาคารมีฐานข้อมูลเดิมอยู่แล้ว ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้แนะนำเทคนิคว่าหากจำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวลงเว็ปไซต์ต่างๆ ถ้าไม่แน่ใจให้กรอกข้อมูลปลอมลงไป เมื่อกรอกครบแล้วไปยังเลื่อนหน้าถัดไปแสดงว่าเว็ปดังกล่าวเป็นเว็ปปลอมทันที ทั้งนี้ ควรศึกษาข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ต แบงค์กิ้ง อย่างระมัดระวัง