เนชั่นทีวี

ข่าว

วันนี้ในอดีต เหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร "จอมพล ป. พิบูลสงคราม"

09 พ.ย. 2563

วันนี้ในอดีต เหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร "จอมพล ป. พิบูลสงคราม"

วันนี้ในอดีต 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร "จอมพล ป. พิบูลสงคราม" จากคนใกล้ตัว .

วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 เป็นวันที่พันเอกหลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถูกลอบสังหารครั้งที่ 2 โดยการใช้ปืนยิง ขณะนั้นนายพันเอก พระยาพหลพยุหเสนา เป็นนายกรัฐมนตรี และวันที่ถูกยิงก็เป็นช่วงเวลาหลังการยุบสภาและก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 หลวงพิบูลสงคราม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งโดยตรง เพราะตัวท่านเองไม่ได้ลงเลือกตั้ง แต่ตัวท่านเองเป็นนักการเมืองที่มีอำนาจมากที่สุดโดยฐานสนับสนุนทางกองทัพ

วันนี้ในอดีต เหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร "จอมพล ป. พิบูลสงคราม"


วันนี้ในอดีต เหตุการณ์สำคัญแห่งประวัติศาสตร์ การลอบสังหาร "จอมพล ป. พิบูลสงคราม"


เหตุการณ์ร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นตอนค่ำของวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2481 ที่บ้านพักนายทหารของท่านเองในกรมทหารปืนใหญ่บางซื่อ ขณะที่นายพันเองหลวงพิบูลสงครามและภริยากำลังแต่งตัวจะไปงานเลี้ยงรับรองที่กระทรวงกลาโหม นายลี บุญตา เป็นคนสวนและคนขับรถในบ้านได้แอบเอาปืนพกของคุณหลวงพิบูลสงครามเองที่ท่านวางไว้ในรถออกมาลอบยิงท่าน บังเอิญท่านกำลังยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกส่องหน้าจึงได้มองเห็นก่อนที่นายลี บุญตา จะลั่นไกกระสุนนัดแรก เมื่อนัดแรกพลาด ท่านจึงวิ่งหลบออกจากห้อง โดยนายลี บุญตา พยายามวิ่งไล่และยิงซ้ำอีก แต่กระสุนก็พลาดเป้า และทหารติดตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายทหารคนสนิทของรัฐมนตรี คือ ร.อ.เผ่า ศรียานนท์ ได้วิ่งเข้าไปจับตัวมือปืนเอาไว้ได้มือปืนรายนี้ถูกจับดำเนินคดีโยงเข้ากับกลุ่มกบฏพระยาทรงสุรเดช แต่จากคำให้การของ นายลี บุญตา นั้นดูจะเป็นเรื่องแปลก นายลี บอกว่า
"ได้อยู่กับหลวงพิบูลมา 7 ปีแล้ว ได้เงินเดือนครั้งแรก 6 บาทและขึ้นมาเป็นลำดับจนถึงวันเกิดเหตุได้เดือนละ 25 บาท หลวงพิบูลเป็นคนใจคอดี ไม่เคยดุด่าว่าจำเลยแต่อย่างใดเลย วันเกิดเหตุได้ยิงหลวงพิบูลสงคราม 2 นัดจริง นัดแรกยิงเมื่อหลวงพิบูลสงครามได้วิ่งเข้าไปอยู่อีกห้องหนึ่งแล้วปิดประตู จำเลยได้ผลักประตูตามเข้าไปยิงอีก คนที่อยู่ในห้องนั้นตลอดจนหญิงและเด็ก ต่างร้องเสียงเกรียวกราว แล้วจึงมีนายร้อยตรี ผล มาตวัดคอ แย่งปืนไป การที่ยิงนั้นเพราะเมาและไม่ได้ตั้งใจจะยิ่ง"

นายลี บุญตา อ้างว่า "เมา" และ "ไม่ได้ตั้งใจจะยิ่ง" นี่ขนาดไม่ได้ตั้งใจยังยิงออกไปถึง 2 นัดด้วยกัน หากแต่ไม่ถูกเป้าเลย ที่ว่าเมาก็น่าสงสัย เมาจะไปหยิบปืนของนายพันเอกหลวงพิบูลสงครามมาได้อย่างไรเหมือนรู้ และถ้าไปดูคำให้การของนายทหารติดตามรัฐมนตรีที่แย่งปืนมาได้ก็ให้การว่า นายลี บุญตา วิ่งไล่ยิงเจ้านายของตัว จนวิ่งหนีแทบไม่ทันระหว่างที่ศาลพิเศษกำลังพิจารณาคดี ทางราชการได้มีคำสั่งห้ามหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ลงรายงานข่าวนี้อย่างเด็ดขาด จนประชาชนเกือบจะลืมเรื่องราวจนหมดสิ้นแล้ว ดังนั้นเมื่อผลการพิพากษาออกมาในเดือนพ.ย.2482 จึงสร้างความตื่นเต้นสลดใจแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการลงโทษ "ประหารชีวิต" นักโทษในคดีนี้ถึง 18 คนด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งสิ้น
เมื่อได้ทำการประหารชีวิตนักโทษ 18 ท่านไปแล้ว "กรมโฆษณาการ" จึงได้ออกแถลงการณ์ดังนี้
 "ตามที่ศาลพิเศษได้ตัดสินประหารชีวิตนักโทษในคดีกบฏรวม 18 คนไปแล้ว และพวกนักโทษทั้ง 18 คนได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกานั้น นับแต่วันที่ได้มีการยกฎีกาเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ทางการได้นำตัวนักโทษดังกล่าว แล้วไปดำเนินการประหารชีวิตเป็นลำดับมา การประหารได้เสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่วันที่ 3 เดือนนี้เวลา 6.00 น."