ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พัฒนาประเทศชาติ ด้วยพระราชกรณียกิจสำคัญนานับประการ เนื่องในโอกาสที่
"วันปิยมหาราช" ๒๓ ตุลาคม ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกครั้ง ในปี ๒๕๖๓ นี้ จึงขอ
น้อมนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ ที่สำคัญๆ มาร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ อีกครั้ง
.
ประวัติวันปิยมหาราช
วันปิยมหาราช คือวันที่ ๒๓ ตุลาคมของทุกปี ภายหลังพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวและได้จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน ถวายพวงมาลาที่ลานพระบรมรูปทรงม้าและจุดธูปเทียนเครื่องสักการะ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ "การเลิกทาส" อันเป็นพระราชประสงค์ที่ต้องการให้เลิกทาสให้เป็นไทนับตั้งแต่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์
ทาส ในสมัยนั้นเป็นพลเมืองของประเทศไทยโดยมีจำนวนมากกว่า ๑ ใน ๓ ของคนทั้งประเทศ รัชกาลที่ ๕ ท่านทรงเห็นว่าลูกทาสในเรือนเบี้ยสืบทอดกันมาไม่มีที่สิ้นสุดพ่อแม่เป็นทาส ลูกก็ต้องเป็นทาสไปตลอดชีวิต และเกิดจากความยากจนที่ต้องขายตัวเองซึ่งเท่ากับขายชีวิต จะถูกฆ่าหรือถูกกดขี่จากนายได้โดยไม่มีความผิด
"การเลิกทาส"บรรจุอยู่ในพระราชบัญญัติพิกัดเกษียณอายุลูกทาสลูกไทย ณ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๔๑๗ เพื่อปลดปล่อยทาสให้เป็นไทโดยสันติวิธีด้วยทรงไม่ต้องการเห็นการกดขี่และเหยียดหยามคนไทยด้วยกันเอง
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่๒๐กันยายน๒๓๙๖เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๔ประสูติแต่สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี
พระราชทานพระนามว่า"เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์"ถึงวันที่๒๑มีนาคม๒๔๐๔จึงได้รับพระราชทานสุพรรณบัฏจารึกพระนามว่า"สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์บดินทรเทพยมหามกุฎบุรุษยรัตนราชรวิวงศ์วรุตมพงศบริพัตรสิริวัฒนราชกุมาร"ซึ่งคำว่า"จุฬาลงกรณ์"นั้น แปลว่าเครื่องประดับผมอันหมายถึง"พระเกี้ยว"ที่มีรูปเป็นส่วนยอดของพระมหามงกุฎหรือยอดชฎา
หลังรัชกาลที่ ๔ สวรรคต เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระองค์ทรงได้รับการกราบบังคมทูลเชิญ ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสมบัติทันทีด้วยพระชนมายุเพียง ๑๕ พรรษาโดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์(ช่วงบุนนาค)เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนเมื่อมีพระชนมพรรษา ๒๐ พรรษา ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๔๑๖ จึงทรงปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เองอย่างสมบูรณ์
ในรัชกาลของพระองค์พระองค์ทรงตระหนักถึงการคุกคามจากจักรวรรดินิยมตะวันตกที่มีต่อประเทศในแถบเอเชียโดยมักอ้างความชอบธรรมในการเข้ายึดครองดินแดนแถบนี้ว่าเป็นการทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าอันเป็น"ภาระของคนขาว"ทำให้ต้องทรงปฏิรูปบ้านเมืองให้ทันสมัยโดยพระราชกรณียกิจดังกล่าวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๔๑๖
พระราชกรณียกิจด้านการทหารและการปกครองประเทศ
- จัดตั้งกรมเสนาธิการทหารบกแบบต่างประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก
- ตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบกและทหารเรือ
- จัดตั้งกระทรวง กรมกองต่างๆ
- จัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลเพื่อดูแลส่วนภูมิภาค
- แยกงบประมาณแผ่นดินและเงินส่วนพระองค์ออกจากกัน
พระราชกรณียกิจด้านเศรษฐกิจและการคลัง
- จัดตั้งธนาคารครั้งแรก ชื่อธนาคารสยามกัมมาจล
- ตั้งโรงเรียนหลวงขึ้นครั้งแรกในพระบรมมหาราชวังและขยายโรงเรียนสู่ภูมิภาคต่างๆ
- ส่งเอกอัครราชทูตไปประจำต่างประเทศเป็นครั้งแรก
พระราชกรณียกิจด้านคมนาคมและสาธารณูปโภค
- เสด็จประพาสประเทศต่างๆเพื่อนำวิทยาการสมัยใหม่มาพัฒนาประเทศ
- สร้างถนนสะพานข้ามคลองหลายแห่งในกรุงเทพฯ
- สร้างทางรถไฟสายกรุงเทพฯเชียงใหม่
- ก่อตั้งการประปา
- ก่อตั้งการไฟฟ้า จ่ายไฟครั้งแรกพ.ศ. 2433
- สร้างโรงพยาบาลศิริราช
- ก่อตั้งการไปรษณีย์
พระราชกรณียกิจด้านศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
สังคายนาพระไตรปิฎกด้วยอักษรไทยเป็นครั้งแรกและตราพระราชบัญญัติปกครองคณะสงฆ์
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๕แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์พระองค์ทรงครองราชย์ อยู่เป็นเวลายาวนานถึง๔๒ปีได้ทรงทนุบำรุงและพัฒนาประเทศไทย(สยาม) ให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศในทุกวิถีทาง
วันปิยมหาราช ได้ถูกกำหนดให้เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ข้าราชการและประชาชนร่วมวางพวงมาลาและถวายบังคมสักการะเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ รวมถึงทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลจัดนิทรรศการเผยแพร่พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ในหน่วยงานโรงเรียนมหาวิทยาลัย และสถานที่ราชการต่างๆ
#ทรงพระเจริญ
#ในหลวงรัชกาลที่๕
ที่มา : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ขอขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ