หลังจาก ทนายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำคณะประชาชนปลดแอก และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ถูกศาลสั่งเพิกถอนการประกันตัว และนำตัวไปคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที
ล่าสุด(3ก.ย.63) นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ก็ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีนี้บนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
ร่วมหยุดยั้ง "นิติสงคราม" ที่นำมาใช้กับการชุมนุม
การถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ ทนายอานนท์ นำภา และไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก ในวันนี้ คือการใช้กฎหมายโดยมิชอบเป็นเครื่องมือเพื่อกำจัดเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน
นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 จนถึงวันนี้ การนำ "กฎหมาย" มาใช้จัดการฝ่ายตรงข้าม หรือ ที่ผมเรียกว่า "นิติสงคราม" ยังไม่ที่ท่าว่าจะลดลง
พวกเขาทำอะไรบ้าง? คสช. ก่อรัฐประหาร ถือว่ามีความผิดฐานกบฏในราชอาณาจักร มีโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 แต่พวกเขากลับใช้กำลังอาวุธ กำลังทางกายภาพ ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ขีดเขียนอะไรลงบนกระดาษ แล้วเสกให้เป็น "กฎหมาย" ใช้บังคับกับผู้คน เริ่มต้นจากการประกาศนิรโทษกรรมตนเอง
หลังจากนั้นก็เอาเจตจำนงความต้องการของตนเองเขียนๆ ลงไปในกระดาษ ลงชื่อโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็เสกให้เป็น "กฎหมาย" เอามาบังคับประชาชน สั่งให้ทำ สั่งห้ามทำ ใครฝ่าฝืนเอาเข้าคุก แถมยังหน้าด้านหน้าทน เขียนคุ้มกันไว้ว่าทั้งหมดนี้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายชั่วกัลปาวสาน
เผด็จการ คสช. ยังทำให้แนบเนียนขึ้นด้วยการออกกติกาการปกครองประเทศในช่วงยามที่เขาครองอำนาจ เสกคาถาให้ชื่อว่า "รัฐธรรมนูญชั่วคราว 57" กำหนดให้มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ คสช. เลือกเอง แล้ว สนช. ก็เลือกหัวหน้า คสช. มาเป็นนายกรัฐมนตรีเสียเอง
หัวหน้าคณะรัฐประหารซึ่งมีโทษกบฏแต่นิรโทษกรรมตนเอง ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นทั้งหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี วันไหนอยากรวดเร็วเด็ดขาดก็สวมหมวก คสช. ออกคำสั่งตามมาตรา 44 วันไหนใจเย็น รอได้ ให้เนียนหน่อย ก็สะกิดให้ สนช. ตราเป็น พ.ร.บ. ทั้งหมดนี้มาในนามของ "กฎหมาย"