อุตรดิตถ์ - "ประภัตร โพธสุธน" ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว เน้นพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีความแตกต่าง ทั้ง ความหอม รสชาติ ผลผลิต เทคโนโลยี พร้อมหนุนขยายศูนย์ข้าวชุมชน 1 ศูนย์ 100 ตัน

วันที่ 17 สิงหาคม นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ อธิบดีกรมการข้าว นายชัยวัฒน์ โยธคล รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายอาชว์ชัยชาญ เลี้ยงประยูร รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรพร้อมคณะลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเพื่อติดตามการดำเนินโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน (1ศูนย์ 100 ตัน) ที่ ศูนย์ข้าวชุมชน ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ มีนายพิพัฒน์ ประจันเขตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นายขจร โนวัฒน์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ นายอัษฎางค์ สีหาราชประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเกษตรกรสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน อ.พิชัย และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ


"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประภัตร ได้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีเพื่อพบปะเกษตรกรพร้อมกล่าวถึงสถานการณ์ตลาดข้าวมีการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศมีการพัฒนาศักยภาพในการผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศ และสามารถส่งออกประเทศไทยถือเป็นผู้นำการส่งออกข้าวของโลกมาหลายปี แต่ในช่วงปี 2559-2562 ประเทศไทยปริมาณการส่งออกข้าวไทยที่ลดลง




"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว

ประกอบกับต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันในเรื่องของราคากับประเทศส่งออกคู่แข่งต่างๆ อาทิ ประเทศอินเดีย เวียดนาม กัมพูชา และพม่า ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมุ่งเน้นพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีความแตกต่างทั้งในเรื่องของความโดดเด่นของพันธุ์ข้าว ความหอม รสชาติ ผลผลิต รวมไปถึงเทคโนโลยีการผลิตที่สามารถลดต้นทุนการผลิตข้าวให้กับเกษตรกรได้



"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว


ที่ผ่านมาชาวนาได้เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีคุณภาพ ทำให้ได้ผลผลิตต่ำประมาณ 350 กก.ต่อไร่ เกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ไม่เต็มเมล็ด แต่หากได้รับเมล็ดพันธุ์ที่ดีจะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 500-700 กก.ต่อไร่ ดังนั้นกรมการข้าวจึงต้องเข้าไปส่งเสริมและสนับสนุนทั้งเครื่องมือและความรู้ให้กับเกษตรกร ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงและให้ความสำคัญกับเรื่องเมล็ดพันธุ์ จึงเน้นย้ำให้กระทรวงเกษตรฯ ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สถาบันการศึกษา กระทรวงวิทยาศาสตร์ในการร่วมกันวิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวของไทยให้มีคุณภาพเพื่อช่วยชาวนาอย่างเร่งด่วนดังนั้นจึงมีโครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ของศูนย์ข้าว ขึ้นทุกจังหวัด

"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว



สำหรับ จ.อุตรดิตถ์ มีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดกว่า 6.8 แสนไร่ โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ ได้จัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนใน จ.อุตรดิตถ์ และได้รับการขึ้นทะเบียน 23 ศูนย์ 6 อำเภอ ในปีงบประมาณ 2563 มีการคัดเลือกศูนย์ที่ผ่านหลักเกณฑ์จำนวน 10 ศูนย์ โดยมีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 1 ศูนย์ 100 ตันให้เป็นศูนย์กลางในด้านการผลิตข้าวและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีในชุมชน ให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกร


"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว

โดยกำชับให้ส่วนราชการสนับสนุนทั้ง เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ จากธ.ก.ส. สนับสนุนเครื่องจักรกล หากเกษตรกรมีเมล็ดพันธุ์ข้าวดีมีคุณภาพ และเพียงพอ ทำให้การพัฒนาคุณภาพข้าวไทยเพื่อการส่งออก จะได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้นและเรียกคืนความมั่นใจ แข่งขันกับต่างประเทศได้เหมือนที่ผ่านมา


"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว


นายขจร โนวัฒน์ ผอ.ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ศูนย์ข้าวชุมชนที่ได้รับการขึ้นทะเบียน 23 ศูนย์ โดยได้เข้าร่วมโครงการการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว 1 ศูนย์ 100 ตัน จำนวน 10 ศูนย์ เป็นการปลูกข้าวพันธุ์ กข 79 และปทุมธานี 1 จำนวน 146 ราย 1811 ไร่ ผลผลิต 1,013 ตัน โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวแพร่ให้การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ แห่งละ 3 ตัน เครื่องอบความชื้นขนาด 8.5 ตัน/วัน เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ขนาด 3-5 ตัน/วัน พร้อมจัด จนท.ถ่ายทอดความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพให้แกเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯและมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง

"ประภัตร"ลั่นขอทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าว



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยังได้ชมนิทรรศการ สนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชน โดยเฉพาะชื่นชมและเป็นพ่อค้าช่วยขายข้าวบรรจุถุงให้กับเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ้านหม้อ จำกัด อ.พิชัย ซึ่งเป็นแหล่งผลผลิตข้าว พันธุ์ข้าว พิษณุโลก80 ซึ่งความนุ่มและค่าดัชนีชี้วัดน้ำตาลที่ต่ำ ภายใต้แบรนด์ "ทองดี" และชนะเลิศประเภทข้าวขาวพื้นนุ่ม ในการประกวดข้าวเพื่อรองรับและส่งเสริมการส่งออกของตลาดข้าวโลกปี 2563