หมอเหรียญทอง โพสต์โครงการอนาคตดับ แบล็กลิสต์นศ.ที่ไปร่วมม็อบ?
"จริงๆ แล้วมันเกิดขึ้นทั่วโลก เวลาจะรับใครเข้าทำงาน หรือไปเกี่ยวพันกับใคร เขาเริ่มเช็กอยู่ในสิ่งที่ปรากฎอยู่ในพื้นที่มีเดีย ว่าเราเคยโพสต์อะไร เคยเขียนอะไรยังไงบ้าง ตอนนี้เกิดขึ้นทั่วโลกค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หมอเหรียญทองบอกว่าดูหน้าเด็กพวกนี้ไว้ให้ดี เพราะเราไม่ควรรับเข้าทำงาน เพราะมีทัศนคติที่เป็นลบต่อการปกครองของประเทศไทย เพราะสิ่งที่เขายกป้ายก็ดี สิ่งที่เขาอภิปราย ปราศรัยอยู่บนเวทีก็ดี ชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วย กับการปกครองในปัจจุบันนี้ เขาต้องการการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แล้วเขาจะรับคนแบบนี้เข้าไปได้ยังไง""พูดสองเรื่องนะ เรื่องที่หนึ่ง เวลาเขาจะรับใครเข้ารับราชการ หลายหน่วยงานเขียนไว้เลยนะ จะต้องเป็นคนที่ชื่นชมหรือจงรักภักดีกับระบอบการปกครองประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ส่วนในแง่ของการสอบสัมภาษณ์เด็ก อาจารย์สมัยพี่ ซึ่งสมัยนี้ไม่ทราบ เขาต้องมีการประชุมซักถาม เขาให้ถามทัศนคติของเด็กว่ามีแนวโน้มเป็นคอมมิวนิสต์หรือเปล่า เด็กที่เขาจะรับเข้าเรียนต้องเคารพในการปกครองของประเทศไทย ฉะนั้นเมื่อเด็กเหล่านี้ คุณเขียนป้ายแบบนี้ คุณปราศรัยแบบนี้ หมอเรียนทองก็เลยบอกว่าอนาคตคุณจะดับ เพราะจะไม่มีคนเขารับเข้าทำงาน เพราะเป็นเงื่อนไขคุณสมบัติ ที่ถูกกำหนดเอาไว้"
หมอเหรียญทองมีสิทธิ์มั้ย?
"ก็เขาเป็นเจ้าของบริษัท ถ้าเขาจะรับ เขาก็มีสิทธิ์ ถ้าพูดกันตรงๆ ถ้าคุณฝักใฝ่อีกลัทธิการปกครองอีกแบบ คุณอย่ามาเสียเวลาสมัครที่บริษัทเราเลย เราไม่รับ หมอเหรียญทองเขาออกจากราชการมาสิบกว่าปีแล้ว รพ.เขาก็เป็นรพ.เอกชน เขาเป็นซีโอ เขาก็มีสิทธิ์ว่าไม่ต้องมาเขาไม่รับ ขณะเดียวกันเขาก็ต้องการรณรงค์คนอื่นด้วยเหมือนกันว่าถ้าคุณเป็นคนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เทิดทูนสถาบัน คุณจะรับคนพวกนี้เข้าไปอยู่ในบริษัทคุณหรือ คนที่มีทัศนคติต่อต้านการปกครอง เอามาทำงานกับเราเหรอ อันตรายกับบริษัทนะ ถ้าเกิดเขามาแพร่เชื้อทำไง ฉะนั้นหมอเหรียญทองมีสิทธิ์"
มีคนบูลลี่หมอเหรียญทอง?
"ก็เป็นการตอบโต้ ใครก็ตามที่คิดต่างก็โดนขยี้ขย้ำ เขาเลยบอกว่าเฮ้ย การคิดต่างอย่ามาเป็นแบบนี้ แต่เด็กพวกนี้เป็นแบบนี้เสมอ จนผู้ใหญ่บางคนเลิกพูดไปแล้วค่ะ"
เพจเกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ เขาออกมาบอกว่าขอร้องสื่อมวลชน ตอนชุมนุมอย่าไปฉายให้เห็นหน้าเขาชัด?"(หัวเราะ) กล้าทำก็ต้องกล้ารับเนอะ แต่มีคนถามเหมือนกัน ว่าเด็กพวกนี้ทำ พ่อแม่เห็นด้วยหรือเปล่า จากการที่เขาเขียนข้อที่ 1 อย่าให้เห็นหน้าชัด เดี๋ยวแม่ไม่ให้เข้าบ้าน แม่ไม่ให้ตังค์ แสดงว่าหนึ่งพ่อแม่ไม่เห็นด้วย สองถ้าครูบาอาจารย์ไม่เห็นด้วยก็ไม่มีปัญญาไปเถียงกับครูบาอาจารย์หรอก ก็แปลว่าอาจารย์ก็ไม่เห็นด้วย ส่วนข้อที่สามที่เขาบอกว่าเป็นอันตรายจะโดนข่มขืน โหย หนูจ๋า อยากบอกเลยนะจ๊ะ ฝ่ายตรงข้ามกับหนูไม่ใช้คำรุนแรงแม้กระทั่งวาจา ฉะนั้นความรุนแรงทางกายไม่ต้องห่วงเลย สมมติฝั่งโน้นมีคน 100 คน หยาบคาบ 95 คน แต่ฝั่งนี้สุภาพ 95 หยาบคายแค่ 5 คน ฉะนั้นหยาบคายทางวาจายังไม่มี ทางกายจะอ้างว่าอย่าไปฉายภาพนะอันตรายเดี๋ยวจะโดนข่มขืนต่างๆ บอกได้เลยว่าฝ่ายตรงข้ามหนูเขาไม่ทำค่ะ"แต่มีบางกลุ่มบอกว่าร่างกายต้องการการปะทะ?
"เพราะเป็นเป้าหมายของกลุ่มที่สนับสนุน หรือชื่นชมเขา ทำอะไรเขาก็ลงเพจต่างๆ นานา เขารอสิ่งนี้อยู่ สิ่งนี้เห็นใจข้าราชการมาก ตอนนี้เขาใช้วิธีละมุนละม่อนไปก่อน ไม่อยากให้เกิดความรุนแรง ต้องฟังคำพูดนายกฯ นายกฯ บอกว่าเป็นห่วงเด็กๆ เหล่านี้ เขาทำเกินเลยจนประชาชนมองว่าไม่ไหวแล้วควรจัดการ แต่นายกฯ ยังแสดงความห่วงใย ตร. ทหารก็ต้องใช้ความละมุนละม่อน"
"เพราะคำว่าต้องการการปะทะ มันเป็นความต้องการของใครบางคนซึ่งอยู่เบื้องหลังการชุมนุมครั้งนี้ ต้องการให้เกิดความรุนแรง ให้เกิดความวุ่นวาย เพราะเขาต้องการวาทกรรมที่ว่า คุกคามประชาชน แต่ถ้าดูการปราศรัย ดูป้าย ต้องถามว่าใครคุกคามใคร ถ้อยคำคนชุมนุมเหล่านั้นรวมทั้งป้าย คุกคามรัฐบาล และคุกคามสถาบันด้วย ซึ่งข้อความคุกคามเหล่านั้น เด็กๆ คุกคามเองหรือมีคนเขียนป้ายให้ มีคนเอาป้ายมามอบให้ ตรงนี้เห็นใจจริงๆ ว่าเด็กทำเองหรือเด็กเป็นเครื่องมือ แต่อย่าไปว่าเขานะ ถ้าว่าเขาเขาจะบอกว่าทันทีว่าเขาคิดเองเป็น ไม่มีใครไปหลอกเขาได้ ไม่มีใครครอบงำเขาได้ ทุกอย่างเขาคิดเองเพราะต้องการประชาธิปไตย เขาใช้คำว่าปลดแอก แสดงว่าตอนนี้มีแอกอยู่บนหลังเขา"