นายสนิท แซ่ซั่ว ผู้ประสานงานกลุ่มชาวเลราไวย์ บอกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัวของชาวเลราไวย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากขาดรายได้จากการประกอบอาชีพหลัก คือ การทำประมง และการรับจ้างขับเรือพานักท่องเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่างๆ ส่งผลให้หลายครอบครัวเจอปัญหาไม่มีเงินซื้อข้าวสารและเครื่องอุปโภคบริโภค แม้ว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากท้องถิ่นแล้วบางส่วน แต่ก็ไม่เพียงพอ
จึงได้มีหารือกับทางเครือข่ายและมีมูลนิธิชุมชนไทเป็นสื่อกลาง ในการประสานงานกับเครือข่ายในพื้นที่ทางภาคตะวันออกและภาคอีสาน (ยโสธร) ในการนำสินค้าของแต่ละท้องถิ่นมาแลกเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะข้าวสาร จนเกิดเป็นโครงการปลาแลกข้าวขึ้น ตั้งเป้าทำปลาแห้งให้ได้ 3,000 กิโลกรัม แต่ครั้งแรกจะจัดส่งปลาแห้งไปก่อน 1,000 กิโลกรัม และจะได้ข้าวสารกลับมา 4,500 กิโลกรัม
ด้านนางสมศรี ดำรงเกษตร กล่าวว่า หลังเกิดสถานการณ์โควิด-19 ก็ได้รับความเดือดร้อนมาก เพราะไม่มีรายได้ที่จะนำมาใช้จ่าย ซึ่งการมีโครงการนี้ก็จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้มาก เพราะเรามีปลาสำหรับการทำกับข้าวไม่ขาดอยู่แล้ว และถ้าได้ข้าวสารมาก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากนอกเหนือจากที่ไดรับการสนับสนุนจากท้องถิ่น.