ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 ประการสุดท้ายมีว่า มีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษหรือไม่ ศาลฎีกา เห็นว่า เหตุคดีนี้สืบเนื่องจากจากการปฏิบัติหน้าที่สืบสวนจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด และต้องการขยายผลไปถึงผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งโดยสภาพเป็นการยากต่อการปฏิบัติการสืบสวน แม้การกระทำของจำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและข่มขืนใจโจทก์โดยมีอาวุธ แต่ปรากฏว่าภายหลังเกิดเหตุดังกล่าวก็ปรากฏว่าโจทก์ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2910/2555 เกี่ยวกับกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดจริง
อีกทั้งต่อมาโจทก์ก็ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและถอนฎีกาคดีนี้ และปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 30 ต.ค.61 ว่าเหตุที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพราะประสงค์ใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้คดีที่โจทก์ถูกฟ้องว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และเกิดความเข้าใจผิดของโจทก์ที่มีการจับกุมตัวโจทก์โดยไม่มีหมายจับของศาล โจทก์จึงไม่ประสงค์ดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 อีกต่อไป โดยจำเลย 6 คนดังกล่าวได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จนเป็นที่พอใจแล้วก็ไม่ติดใจเอาความทั้งคดีแพ่งและคดีอาญากับฝ่ายจำเลยอีก ก็ถือเป็นการบรรเทาผลร้ายแก่โจทก์แล้ว ขณะที่จำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 เป็นข้าราชการตำรวจ ไม่ปรากฏว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อีกทั้งไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์ในการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบมาก่อน ดังนั้นการให้โอกาสแก่จำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จะเป็นประโยชน์แก่สังคมส่วนรวมมากกว่าการลงโทษจำคุกไปเลย แต่เพื่อให้หลาบจำและใช้อำนาจภายในขอบเขตการปฏิบัติการตามหน้าที่ จึงให้ลงโทษปรับจำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 ด้วย
จึงพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เดิม , 309 วรรคสองเดิม ประกอบมาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
จากเดิมจำคุกจำเลยที่ 1, 2, 7, 10 คนละ 4 ปี เป็นจำคุกคนละ 3 ปี เพิ่มโทษปรับคนละ 20,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 8, 11 จากเดิมจำคุกคนละ 3 ปี เป็นจำคุกคนละ 2 ปี เพิ่มโทษปรับคนละ 20,000 บาท โดยโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1,2,7,8,10,11 ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 6,9 ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์