ปั่นราคา?
เคยมีกระทู้ในพันทิปถามว่า"เหล็กไหลกินน้ำผึ้งหรือครับ?"คำตอบมีหลากหลาย ตั้งแต่ "เหล็ก-เหลว-ไหล" ไปจนถึง "เหล็กไหลชอบน้ำผึ้ง แต่ไม่ได้ซด กินแค่ความหวาน เหลือแต่น้ำจืดๆ ทิ้งไว้"
แต่ความจริงที่รู้กันคือเหล็กไหลไม่ใช่สิ่งแรก และสิ่งเดียวที่ออกมาสร้างมุมมองสองแพร่งให้แก่ผู้คน ระหว่าง"พลังที่แท้จริง"หรือ"ความหลงงมงาย"ดีไม่ดีอาจเป็น"ความเชื่อ"ด้วยซ้ำที่อยู่ยงมาช้านาน เป็นกระแสที่เผลอๆ จะทรงพลังยิ่งกว่าตัวเหล็กไหลเองเสียอีก
ยิ่งมาถึงวันนี้ ในมุมความเชื่อเรื่องเหล็กไหล ไปไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับตัวอย่างล่าสุดของคนดังฟากการเมือง อย่าง"คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล" ต้องบอกว่า ถือเป็นผู้นำทางความคิดคนหนึ่ง
วันนี้เขาพูดเต็มปากว่าเหล็กไหล หรือโคตรเหล็กไหลของเขานั้น มีคนมาขอซื้อในราคาเกือบ 1,000 ล้านบาทจริง แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนตีราคาเอง แต่คนที่ชื่นชอบในเรื่องนี้มาติดต่อขอบูชา
ยิ่งเมื่อสืบค้นต่อไป ยังพบว่าผู้คนทำการเปิดขาย เปิดประมูลเหล็กไหลในครอบครองกันอยู่ก่อนแล้วมากมาย แม้แต่ในแอพสำหรับE-Commerceสินค้าออนไลน์ ก็มีเพียบ ตั้งแต่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักหมื่น
แต่ถ้าสืบค้นต่อไปอีก ก็ยังมีข่าวสารในทางตรงข้าม เช่นช่วงเมษายนที่ผ่านมา มีข่าวทางโซเชียลเกี่ยวกับชายที่มาให้หมอผ่าตัดเอาเหล็กที่ฝังไว้ในตัวออก เพราะมีอาการอักเสบโดยเป็นภาพเหล็กสองเส้นเล็กๆ วางอยู่บนผ้าก๊อซสีขาว
หรือไกลว่านั้นเคยมีข่าวใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม"แก๊งต้มตุ๋นเหล็กไหล" หลอกเอาเงินจากประชาชน รวมถึงตำรวจทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท โดยขบวนการนี้มีนายเสือเป็นเจ้าสำนัก อ้างตัวว่าเป็น "พ่อปู่สุทัศน์" มีเวทมนตร์แข็งกล้า จนถึงขั้นเรียกเหล็กไหลได้
ใจกลางความเชื่อ
อันว่าเครื่องรางของขลัง เราพอจะรู้มาบ้างว่าจุดเริ่มต้น เพราะสมัยก่อนมนุษย์ไม่เข้าใจเรื่องของธรรมชาติและภัยธรรมชาติ หลายสิ่งจึงยังเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับมนุษย์รุ่นก่อน เช่น ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ภูเขาไฟระเบิด ฯลฯ
มนุษย์จึงหาวิธีแก้ไข โดยนอกจากวิทยาศาสตร์-วิทยาการต่างๆ ก็หนีไม่พ้นบรรดาเครื่องยึดเหนี่ยวไว้ปกป้องคุ้มครองเช่น ศาสนา, ไสยศาสตร์ และความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้า ไปจนถึงเครื่องราง ของขลังอย่างเหล็กไหลก็เช่นกัน
สุดท้ายเมื่อหันไปถามไถ่ผู้เชี่ยวชาญ อย่าง"เอก อัคคี"คอลัมนิสต์พระเครื่องและนักเขียนคนดังได้ให้ความเห็นไว้ว่าเท่าที่ศึกษามา ก็พอจะรับรู้ได้ว่ามีอยู่จริง เป็นเครื่องรางที่เรียกว่าเป็น "ทนสิทธิ์" คือ วัตถุธาตุตามธรรมชาติที่มีฤทธิ์ในตัวเอง
"แต่หาของแท้ยาก เช่นเดียวกับเหล็กไหล ที่ในอดีตมีคนถูกหลอกกันมากมาย เพราะยากต่อการพิสูจน์ว่าอะไรคือของจริง ของปลอม เพราะต่างก็เต็มไปด้วยเรื่องเล่าแต่ในภาษาของนักสะสมพระเครื่องหรือเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เขาเรียกว่า "ปัจจัตตัง" คือ ต้องสัมผัสรับรู้ได้ด้วยตัวเองเท่านั้น เหมือนคนเจอผีหลอกนั้นแหละยากต่อการอธิบาย"
ส่วนที่คนสนใจกับเรื่องราคา คอลัมนิสต์คนดังระบุว่า ราคาเช่าหาก็สุดแท้แต่จะเรียกร้องกัน"มันไม่มีราคากลาง ราคามาตรฐานอะไรหรอก อยู่ที่ความพอใจ และขึ้นอยู่กับว่าใครขาย ใครซื้อ มีความน่าเชื่อถือต่อกันแค่ไหน ที่เรียกว่าโคตรเหล็กไหล สังคมก็ต้องพิจารณากันเอาเองว่า มันสมเหตุสมผลหรือไม่ เพราะใครจะจะตั้งราคาแพงเท่าไรก็ได้ แต่คำถามคือ ขายได้จริงหรือไม่ ถ้าขายได้ในราคานั่นจริงก็ถือว่าจริง ถ้าขายไม่ได้จริง เขาก็ถือว่า ราคาคุย...เท่านั้นเอง"
ขณะที่ในแวดวงเซียนพระทั่วไป ก็เหมือนจะขานรับแนวคิดนี้ อย่าง "ฉ่อย ท่าพระจันทร์"เซียนพระอาวุโส ก็ออกมาให้ความเห็นในรายการNEWS TALKทางNews 1ยืนยันว่าในวงการพระไม่มีการซื้อขายเหล็กไหล ไม่สนใจด้วยซ้ำ และไม่อยากคุยให้เสียเวลา เพราะมันพิสูจน์ไม่ได้ !
เอวังด้วยประการฉะนี้...
รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 28-29 ก.ย. 62