เนชั่นทีวี

ข่าว

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"

23 ก.ย. 2562 | Ekkapon

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"

นักวิชาการด้านกฏหมาย โพสต์เฟซบุ๊ค ชี้การตายของ"ลัลลาเบล"ผู้ต้องสงสัยงดเว้นหน้าที่จนเกิดการเสียชีวิต จึงเห็นควรตั้งข้อหา"การฆ่าโดยงดเว้น"ต้องโทษสูงสุด จากกรณีแฟนหนุ่มพริตตี้สาว ลัลลาเบล นำเเชทลับ เป็นหลักฐานให้ตำรวจ ขณะเพื่อนผู้ตาย 2 คน มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ด้่านตำรวจมั่นใจภายใน48ชั่วโมง จะมีความชัดเจน โดยชุดสืบสวน มีหลักฐานชัด จากการตรวจสอบในกระเป๋าของของฝ่ายชาย น้ำอุ่น ผู้ต้องสงสัย มีสารเสพติดอยู่ ทั้งชนิดน้ำ ชนิดเม็ดที่ตำรวจ เชื่อว่า ตายเพราะเรื่องทางเพศ และยังเป็นหลักฐานที่จะใช้มัดตัวผู้ต้องสงสัย

นายณัฐนัย หอมเทียนทอง อายุ 31 ปี แฟนหนุ่มของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ "ลัลลาเบล" พริตตี้ ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา นอนบนโซฟาในล็อบบี้คอนโดย่านตลาดพลู เข้าพบตำรวจ สน.บุคคโล นำข้อความแชทในกลุ่มมามอบให้พนักงานสอบสวนสน.บุคคโล โดยระบุว่า มีผู้หวังดีส่งมาให้ โดนหวังว่าจะเป็นหลักฐานที่สำคัญในการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง ส่วนตัวเชื่ิอว่านายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตาย เพราะพาเบลออกมาจากงานปาร์ตี้ และหากบริสุทธิ์ใจ ต้องพาเบลส่งเพื่อน พี่น้องครอบครัว ไม่ใช่พาขึ้นคอนโดของตัวเอง ภายในเเชทมีรูป ของเบลอย่างแน่นอน ส่วนวันที่เกิดเหตุและการจัดปารตี้ มีเบลเพียงคนเดียว

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"


ชุดสืบสวน เปิดเผยถึงแนวสอบสวนว่า แบ่งเป็นช่วงเวลาเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ เบื้องต้น ตรวจสอบการปารตี้ กินเหล้ากัน แต่ละคนเรียกมาสอบเเล้วทำหน้าที่อะไรบ้าง คำให้การมีความชอบพอกัน แต่ส่วนการมีอะไรกันไม่รู้
ตำรวจได้ ตรวจสอบ หลังจากออกงานปารตี้จากบ้านแบกผู้ตายออกมาในสภาพแบบไหน จนไปถึงคอนโด ผู้ตายอยุ่ในสภาพไม่ยินยอมหรือไม่ เก็บข้อมูลทั้งหมดแล้ว โดยห้องนายน้ำอุ่น มี2 ห้อง หลังจากเกิดเหตุแบกออกมาที่คอนโด ผลการชันสูตรยังต้องรอนิติเวชสิ่งที่สำคัญที่จะดำเนินคดีหลักฐานกับคนร้ายได้ก็คือพยานหลักฐาน การตรวจสอบสารยาเสพติด บางชนิดตรวจสอบยากสารเสพติดที่ถูกเปิดเผย หรือยาเสียสาว มันอันตรายมาก แต่ยังหาหลักฐานชัดไม่ได้ว่าใช่หรือไม่
จากการตรวจสอบ ชุดสืบสวน มีหลักฐานชัด จากการตรวจสอบในกระเป๋าของของฝ่ายชาย น้ำอุ่น ผู้ต้องสงสัย มีสารเสพติดอยู่ ทั้งชนิดน้ำ-ชนิดเม็ดที่ตำรวจเชื่อว่าตายเพราะเรื่องทางเพศ และยังเป็นหลักฐานที่จะใช้มัดตัวผู้ต้องสงสัย

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"


ขณะที่ นายรัชเดช หรือ น้ำอุ่น คนที่อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย หลังตำรวจคุมตัวไปตรวจร่างกาย ตรวจดีเอ็นเอ เมื่อช่วงเช้า ล่าสุดตำรวจยังคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจ
โดยในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ได้มีการแชร์ คลิปวงจรปิดอีกมุมขณะที่ นายรัชเดช หรือน้ำอุ่น ลากร่างของพริตตี้สาวไปกับพื้นเข้าห้องของตน

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิ วงศ์อนันต์ อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้โพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับ "การฆ่าโดยงดเว้น" ไว้อย่างน่าสนใจโดยใจความส่วนหนึ่งให้ความรู้ว่า
บุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อกระทำโดยเจตนา เมื่อบุคคลนั้นมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดแต่งดเว้นการที่จักป้องกันผลนั้นด้วย ตามมาตรา 59 วรรคท้าย หน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดมีหลายกรณี เช่น 
1.หน้าที่โดยผลของกฎหมาย เช่นบิดามารดาต้องเลี้ยงดูบุตร 
2.หน้าที่ตามสัญญา เช่นการว่าจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวมาคุ้มครองเรา 
3.หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆ ของตนเอง เฉกเช่น คำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 คดีที่ยกตัวอย่างข้างต้น 
4.หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่อง เช่น ชายหญิงที่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมาย ก็มีหน้าที่ต้องดูแลกัน

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"


ดังนั้นการทำงานของพนักงานสอบสวนในคดีขณะนี้จึงเห็นพ้องกับ คำพิพากษาฎีกาที่ 16412/2555 และความคิดเห็นของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิ ในส่วนของเจตนาของผู้ต้องสงสัยคดีลัลลาเบล คือ กรณีเจอสาวในผับหรือสถานที่ใด และเกิดความชอบพอกันพากันไปต่อที่สถานที่อื่นใดก็ตาม จนเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าว
การเสียชีวิตของลัลลาเบลนี้ น่าจะเข้าข่ายหน้าที่การกระทำครั้งก่อนๆ ของผู้ต้องสงสัย ที่ผู้ต้องสงสัยได้อุ้มร่างของพริตตี้ผู้ตาย ออกจากบ้านที่มีการจัดงานปาร์ตี้ มีการพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ลากขึ้นลิฟท์เข้าไปในห้องพักที่คอนโดมิเนียมหลายชั่วโมงก่อนจะแบกร่างลงลิฟท์มาไว้บนโซฟาที่ล็อบบี้
เมื่อผู้ต้องสงสัยพามาควรมีหน้าที่ต้องดูแลถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิด แต่กรณีนี้ผู้ต้องสงสัยงดเว้นหน้าที่ของตนเองจนเกิดการเสียชีวิต จึงเห็นควรตั้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่น" ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดเอาไว้ก่อน ก่อนที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆ เพื่อแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมได้ในภายหลัง
ทั้งนี้ข้อหาการฆ่าผู้อื่น มีอัตราโทษสูงสุดเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว คือ"ประหารชีวิต"สถานเดียว

นักวิชาการ กม. ชี้คดี "ลัลลาเบล" ตั้งข้อหา "การฆ่าโดยงดเว้น"

ข่าวล่าสุด