รายการ “ข่าวข้นคนข่าว” ทางเนชั่นทีวี ได้สอบถามความเห็นจากแหล่งข่าวในสำนักงานอัยการสูงสุด ถึงประเด็นข้อกฎหมายดังกล่าว
โดยแหล่งข่าวประเมินว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่จะทำให้การเลือกตั้งตกเป็นโมฆะ การกล่าวหาในเรื่องการเมืองครอบงำนั้น จำเป็นต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า “ผู้สมัครบอร์ด สปส.” เป็นฝ่ายขอแรงสนับสนุนจาก “พรรคการเมือง” และต้องพิจารณาถึงระดับความร้ายแรงว่าส่งผลกระทบต่อความสุจริตและเป็นธรรมหรือไม่ การพิจารณาเรื่องนี้จึงต้องตรวจสอบพฤติการณ์ของผู้สมัครเป็นสำคัญ ไม่ใช่พิจารณาเพียงแค่มุมของพรรคการเมืองที่เข้ามาสนับสนุนทีมใดทีมหนึ่ง
ชี้ปม "พรรคประชาชน" หนุน "ประกันสังคมก้าวหน้า" ต้องดูว่าใครเข้าหาใคร
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรรคประชาชน เข้ามาให้การสนับสนุน “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” นั้น แหล่งข่าวระบุว่า จำเป็นต้องแยกแยะและตรวจสอบว่า พรรคการเมืองเป็นฝ่ายเสนอตัวเข้ามาช่วยหาเสียงและสนับสนุนเอง หรือผู้สมัครเป็นฝ่ายเข้าไปติดต่อขอแรงสนับสนุน หากไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดว่าผู้สมัครเป็นผู้ร้องขอความช่วยเหลือ ก็ยังไม่อาจสรุปในทางกฎหมายได้ว่าเกิดการครอบงำทางการเมืองขึ้น
อีกประเด็นสำคัญคือพฤติการณ์ของผู้สมัคร หากพรรคการเมืองเข้ามาช่วยเผยแพร่นโยบายหรือช่วยหาเสียงให้เอง โดยที่ผู้สมัครไม่ได้มีการร้องขอหรือแสดงท่าทีตอบรับอย่างชัดเจน โอกาสที่จะนำมากล่าวหาว่าถูกครอบงำย่อมลดน้อยลง เพราะในทางปฏิบัติ ผู้สมัครไม่สามารถห้ามปรามการกระทำที่ริเริ่มขึ้นเองจากฝ่ายการเมืองได้โดยตรง เว้นเสียแต่ว่าจะตรวจพบหลักฐานว่าผู้สมัครเป็นฝ่ายประสานงานขอแรงสนับสนุน หรือมีพฤติการณ์ตอบรับร่วมมืออย่างชัดเจน จึงจะนำมาเป็นประเด็นในการสอบสวนได้
ชี้ต้องมีหลักฐานชัดเจน เช่น แชตหลุด-คลิปเสียง ยันน้ำหนักยังน้อยกว่าคดีฮั้ว สว.
แหล่งข่าวจากสำนักงานอัยการสูงสุด ระบุเพิ่มเติมว่า การกล่าวหาเรื่องการเมืองครอบงำต้องอาศัยหลักฐานที่หนักแน่นและชัดเจน เช่น ข้อความสนทนา บันทึกเสียงการโทรศัพท์ หรือคำปราศรัยหาเสียง ที่ระบุชัดว่าผู้สมัครเป็นผู้ร้องขอการสนับสนุนจากพรรคการเมือง รวมถึงการอ้างฐานเสียงของพรรคเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง หากปราศจากหลักฐานดังกล่าว ข้อกล่าวหาก็จะไม่มีน้ำหนักเพียงพอในทางคดี
สำหรับโอกาสที่การเลือกตั้งบอร์ด สปส. จะถูกตัดสินให้เป็น "โมฆะ" นั้น แหล่งข่าวประเมินว่า จากข้อมูลและข้อร้องเรียนที่ปรากฏในปัจจุบัน "ยังไม่พบปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจน" ซึ่งกระบวนการพิจารณาต้องพิเคราะห์ทั้งข้อเท็จจริง ความร้ายแรงของการกระทำ และผลกระทบต่อภาพรวมความสุจริตและเป็นธรรมของการเลือกตั้ง
"หากเป็นการกระทำที่กระทบเพียงบางส่วน อาจมีผลบังคับหรือความผิดเฉพาะส่วนนั้น แต่หากเป็นการจัดตั้งหรือดำเนินการที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการเลือกตั้งทั้งหมด ก็อาจมีน้ำหนักมากขึ้น ทั้งนี้ ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการวินิจฉัยของศาล" แหล่งข่าวระบุ พร้อมเปรียบเทียบว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานที่เด่นชัด เท่ากับกรณีข้อกล่าวหาเรื่อง "การฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)" ที่เคยปรากฏหลักฐานค่อนข้างชัดเจน
ปมแก้ไขกฎหมายสิงหาคม ชี้ช่วยขยายสิทธิผู้ประกันตน ยังไม่พบเหตุทำเลือกตั้งโมฆะ
ส่วนข้อกังวลกรณีที่มีการ "แก้ไขกฎหมายหรือระเบียบการเลือกตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา" ซึ่งมีกระแสข่าวว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้สมัครบางกลุ่มได้เปรียบเสียเปรียบ จนมีผู้เตรียมยื่นร้องต่อศาลปกครองนั้น แหล่งข่าว ระบุว่า ผู้ร้องเรียนต้องแสดงหลักฐานและเหตุผลให้ศาลเห็นอย่างชัดเจนว่า การดำเนินการทางปกครองดังกล่าว "ไม่เป็นธรรม" หรือ "เอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างไร" แม้ประชาชนจะมีสิทธิ์ยื่นคำร้องตามกฎหมาย แต่การที่ศาลจะรับไว้พิจารณาหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเหตุผลทางกฎหมายเป็นสำคัญ
ในมุมมองของแหล่งข่าว เห็นว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวในภาพรวม อาจช่วยให้ "ผู้ประกันตน" สามารถเข้าถึงกระบวนการเลือกตั้งได้ง่ายและกว้างขวางยิ่งขึ้น จึงยังไม่พบเหตุผลที่ชัดเจนที่จะนำไปสู่การสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ อย่างไรก็ตาม ทั้งประเด็นการเมืองครอบงำและความได้เปรียบเสียเปรียบจากการแก้ไขกฎหมาย ยังต้องรอการพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป ไม่สามารถสรุปผลลัพธ์ทางกฎหมายล่วงหน้าได้ในขณะนี้