ขณะที่เฟซบุ๊กของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิวงศ์อนันต์อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้โพสต์ความคิดเห็นเกี่ยวกับ"การฆ่าโดยงดเว้น"ไว้อย่างน่าสนใจโดยใจความส่วนหนึ่งให้ความรู้ว่าบุคคลจะต้องรับผิดทางอาญาก็ต่อเมื่อกระทำโดยเจตนาเมื่อบุคคลนั้นมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดแต่งดเว้นการที่จักป้องกันผลนั้นด้วยตามมาตรา59วรรคท้ายหน้าที่ป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดมีหลายกรณีเช่น1.หน้าที่โดยผลของกฎหมายเช่นบิดามารดาต้องเลี้ยงดูบุตร2.หน้าที่ตามสัญญาเช่นการว่าจ้างบอดี้การ์ดส่วนตัวมาคุ้มครองเรา3.หน้าที่อันเกิดจากการกระทำครั้งก่อนๆของตนเองเฉกเช่นคำพิพากษาฎีกาที่16412/2555คดีที่ยกตัวอย่างข้างต้นและ4.หน้าที่เกิดจากความสัมพันธ์พิเศษเฉพาะเรื่องเช่นชายหญิงที่อยู่กินกันฉันท์สามีภรรยาแต่ไม่ได้จดทะเบียนกันถูกต้องตามกฎหมายก็มีหน้าที่ต้องดูแลกัน
ดังนั้นการทำงานของพนักงานสอบสวนในคดีขณะนี้จึงเห็นพ้องกับคำพิพากษาฎีกาที่16412/2555และความคิดเห็นของผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนาวุฒิในส่วนของเจตนาของผู้ต้องสงสัยคดีลัลลาเบลคือกรณีเจอสาวในผับหรือสถานที่ใดและเกิดความชอบพอกันพากันไปต่อที่สถานที่อื่นใดก็ตามจนเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังกล่าวการเสียชีวิตของลัลลาเบลนี้น่าจะเข้าข่ายหน้าที่การกระทำครั้งก่อนๆของผู้ต้องสงสัยที่ผู้ต้องสงสัยได้อุ้มร่างของพริตตี้ผู้ตายออกจากบ้านที่มีการจัดงานปาร์ตี้มีการพาขึ้นรถยนต์ส่วนตัวลากขึ้นลิฟท์เข้าไปในห้องพักที่คอนโดมิเนียมหลายชั่วโมงก่อนจะแบกร่างลงลิฟท์มาไว้บนโซฟาที่ล็อบบี้
เมื่อผู้ต้องสงสัยพามาควรมีหน้าที่ต้องดูแลถ้ามีอะไรเกิดขึ้นต้องให้ความช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้ผลนั้นเกิดแต่กรณีนี้ผู้ต้องสงสัยงดเว้นหน้าที่ของตนเองจนเกิดการเสียชีวิตจึงเห็นควรตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดเอาไว้ก่อนก่อนที่จะตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆเพื่อแจ้งข้อหาอื่นๆเพิ่มเติมได้ในภายหลัง.