4 มิ.ย. 62 - ที่หอสมุดแห่งชาติ ผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และผู้ช่วยช่างภาพ เนชั่นทีวี ค้นข้อมูลการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์เก่า ที่รายงานข่าวซีอุย ราวปีพ.ศ 2500 ซึ่งตรงกับช่วงเหตุการณ์ ของนักโทษซีอุย พบหนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่าซีอุย เป็นมนุษย์กินคน และไม่มีหนังสือพิมพ์ฉบับใดที่ตีพิมพ์รายละเอียดของคำพิพากษา
ในวารสารข่าวฉบับหนึ่งระบุว่า ซีอุยเปิดเผยถึงสาเหตุที่เขาชอบกินเครื่องในคนว่า สมัยที่เกิดสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ซีอุยรับราชการเป็นทหารจีนออกรบ ได้ไปเห็นทหารญี่ปุ่นใช้มีดซามูไรฆ่าฝรั่งคนหนึ่งโดยการแทงคอหอยแล้วว่าล้วงเอาหัวใจและตับออกไป ต่อมาอีกไม่นานเพื่อนเขาก็ถูกทหารญี่ปุ่นฆ่าด้วยวิธีการเดียวกันนั้นเอง จากความสะเทือนใจครั้งแรกแปรเปลี่ยนเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจว่าพวกทหารญี่ปุ่นนำตับและหัวใจ ไปทำไม ต่อม่ซีอุยก็ได้รับคำตอบที่ฝังใจเขาอย่างยิ่งนั่นคือเขารู้จักกับเพื่อนที่กลับจากสนามรบ หลังสงครามสงบว่า พวกทหารญี่ปุ่นนิยมกินตับและหัวใจมนุษย์เพื่อเป็นยาชูกำลัง...
วารสารข่าวอีกฉบับ รายงานบรรยากาศการฟังคำพิพากษาว่า... ที่ศาลชั้นต้นจังหวัดระยองซีอุยกำลังนั่งฟังคำพิพากษาด้วยท่าทีที่ไม่ทุกข์ร้อนผิดกับชาวบ้านนับร้อยคนที่กำลังนั่งฟังคำพิพากษาอย่างใจจดใจจ่อชาวบ้านเหล่านั้นต้องการทราบชะตากรรมของนักโทษผู้นี้
หนังสือพิมพ์เดลิเมล์ ที่เกาะติดข่าวซีอุย เขียนลงในคอลัมน์ เบื้องหลังข่าว บรรยายว่าซีอุย พยายามฆ่าตัวตายขณะถูกจำคุก "พอโผล่ออกมาจากประตูคุกสิ่งแรกที่เราได้เห็นคือคอหอย ของเขานั้นมีผ้าก๊อซปิดแผลไว้แผ่นเบอเร่อ ปรากฏว่าบาดแผลที่คอหอยของยักษ์ร้ายนั้นเกิดจากน้ำมือของเขาเอง ทั้งนี้สืบเนื่องจากว่ายักษ์ซีอุยได้เกิดความกลัดกลุ้มอย่างหนักระหว่างที่ถูกขังเดี่ยวอยู่ในห้องอันโอ่โถงพอสมควร ด้วยการพยายามที่จะหาวิธีฆ่าตัวเองให้ตายตกไปตามหนูน้อยทั้งหลายที่ถูกฆ่าอย่างหฤโหดมาแล้วโดยไม่ต้องรอบ้านเมืองกระมัง? "
หนังสือในอดีตได้รายงานถึงการสืบสวนสอบสวน คดีซีอุยไว้ว่า "ตำรวจได้เกลี้ยกล่อมให้ซีอุยรู้สึกผิดชอบ ถ้าลื้อทำจริงๆก็รับเสียดีกว่าโทษทัณฑ์จะได้เบาลง ถ้าลื้อไม่รับอั๊วก็ช่วยอะไรลื้อไม่ได้ แต่อั๊วก็ไม่บังคับลื้อ ลื้อไปคิดดูเอาเองก็แล้วกัน ลื้อทำเขาจริงๆหรือเปล่า"
"ร.ต.อ.พร จักรพันธ์ ผู้บังคับกอง สภ.นครปฐม ถึงกับทุบโต๊ะดังๆด้วยความเดือดแค้นฆาตกรผีห่าซาตานซึ่งเท่ากับเป็นการยั่วยุท้าทายความสามารถของตนโดยตรง ผู้กองหนุ่มประกาศก้องกับตำรวจที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาทุกคน "ถ้าพวกเราเอาตัวไอ้ผีดิบจัญไรนี้มาลงโทษไม่ได้ก็ควรจะลาออกให้หมด"
30 ปีให้หลังจากที่ซีอุยถูกประหารชีวิต.นิตยสารข่าวต่างๆ ยังคงย้อนรอยเรื่องราวคดีซีอุย เช่นเดิมว่า เป็นมนุษย์กินคน บางช่วงบางตอนระบุ "ศาลสถิตยุติธรรมได้ตัดสินพิพากษาให้ประหารชีวิตซีอุยในวันที่ 18 ธันวาคมพ.ศ 2499 ซึ่งเป็นเวลา 30 ปีเศษ มาแล้วขณะนี้ศพของซีอุยฆาตกรสยองขวัญในอดีตได้ถูกดองเก็บไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช" และ "ชีวิตของซีอุย แซ่อึ้งเป็นชีวิตที่น่าศึกษาในแง่วิทยาศาสตร์การแพทย์มิใช่น้อย ว่าเหตุใดเขาจึงได้มีจิตวิปริตผิดสามัญมนุษย์ธรรมดา เกินไป".
.