จากผลสำรวจข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในช่วง 2 เดือนแรกของปีพบว่ามาตรการกำกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลอย่างมากต่อผู้ประกอบการและผู้ซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะอาคารชุดซึ่งมีทั้งการซื้อเพื่อลงทุนเป็นทรัพย์สินหรือซื้อเพื่อปล่อยเช่าหรือซื้อเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกจากการอยู่อาศัย ส่วนบ้านแนวราบที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะทาวน์เฮาส์ซึ่งเป็นตลาดที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง
ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ธนาคารอาคารสงเคราะห์ วิชัย วิรัตกพันธ์ ระบุ แนวโน้มในปี 2562 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์คาดว่าผลจากมาตรการควบคุมสินเชื่อ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น จะส่งผลต่อตลาดที่อยู่อาศัย และจะส่งผลให้มีการชะลอตัวทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน ส่วนอุปทานโครงการเปิดตัวใหม่คาดว่าจะลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับปี 2561
แนวโน้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลปล่อยใหม่ทั้งประเทศในปี 2562 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 697,814 ล้านบาท มีแนวโน้มลดลง 0.7% เมื่อเทียบกับปี 2561 ซึ่งมีมูลค่า 702,900 ล้านบาท เนื่องจากปี 2562 จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง ทั้งนี้ เชื่อว่าการที่รัฐบาลมีมาตรการออกมาช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ก็จะส่งผลให้ภาพรวมตลาดฟื้นตัวขึ้นในครึ่งปีหลัง