อย่างน้ำมันขึ้นราคาสินค้าอย่างอื่นเกี่ยวกับน้ำมันทุกประเภทจำพวกน้ำมันเหลวหรือน้ำมันหล่อลื่นทุกชนิด เช่น น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองทองท้าย, น้ำมันเบรก, จารบีอัดลูกหมาก, น้ำมันไฮโดรลิกส์, น้ำมันก๊าซ แม้แต่น้ำมันพืช, ยางรถยนต์ เป็นต้น ก็ต้องขึ้นราคา ซึ่งทุกอย่างเป็นต้นทุนหมด แล้วน้ำมันดีเซลที่ใช้ทุกวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วปรับขึ้นไป 4-5 บาท กับต้นทุนเราไปถึง 10 บาท จนตอนนี้ทะลุกว่า 30 บาทต่อลิตรทำให้ต้นทุนสูงมาก ซึ่งเราไม่เคยปรับค่าบรรทุกมานานถึง 10 ปีแล้ว ตอนนี้เราต้องการให้ภาครัฐหามาตรการดูแลช่วยพยุงอย่างเร่งด่วนไม่ให้ขึ้นมากไปกว่านี้ และช่วยหามาตรการชดเชยในส่วนกองทุนน้ำมัน หรือภาษีสรรพสามิตในการลดต้นทุนไม่ให้ราคาน้ำมันเกิน 30 บาทต่อลิตรให้ได้
ส่วนการหยุดวิ่งรถเป็นการกดดันนั้น การหยุดรถก็ต้องมองว่าราคาน้ำมันจะขึ้นไปเท่าไหร่ก่อน ถ้าขึ้นมากก็ต้องหยุดวิ่งรถมาก เมื่อต้นทุนสูงเราขาดทุนมากเราก็อยู่ไม่ได้ ในส่วนของสมาคมภาคอีสานกว่า 30,000 คันหยุดวิ่งครึ่งหนึ่ง 15,000 คันก่อนก็น่าจะมีผลกระทบวงกว้างแน่นอน ถึงอย่างไรก็ตามตนขอยืนยันว่าจะไม่มีการปิดถนนเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเด็ดขาด แต่อาจจะใช้วิธีนำรถมาจอดข้างถนนยาวเหยียด
นายพีระพลฯ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้สมาคมสหพันธ์แห่งประเทศไทยยื่นหนังสือข้อเรียกร้องให้กับ รมว.คมนาคมไปแล้ว และอีก 15 วันนับจากนี้ จะมีการยื่นใหม่เข้าไปอีกเป็นรอบที่ 2 เพื่อรอดูผลตอบรับว่าอย่างไร ถ้าไม่เห็นผลอย่างไรประมาณหลังวันที่ 10 มิถุนายน 2561 มาตรการกดดันจะดีเดย์พร้อมกันทั่วประเทศ เช่น หยุดวิ่งรถ จอดรถในจุดต่างๆ ของแต่ละจังหวัด โดยยืนยันว่าไม่ไม่ให้ส่งผลกระทบหรือสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเด็ดขาด ไม่มีการปิดถนน หรือเคลื่อนขบวนรถรถบรรทุกเข้ากรุงเทพฯ หรือลานพระบรมรูปทรงม้าอย่างแน่นอน เราจะไม่ทำเช่นนั้น แต่อาจจะจอดรถข้างถนนในจุดที่ไม่เกิดอันตรายบนท้องถนนแทน