นายมานัส ปิ่นทำนัก อายุ 52 ปี น้องชาย และนางสาววนิดา ปิ่นทำนัก อายุ 44 ปี น้องสาว พร้อมพระสงฆ์ 1 รูป และญาติพี่น้อง ตลอดจนเพื่อนๆ แท็กซี่รวมเกือบ 10 คน เดินทางไปยังจุดที่พบศพ เพื่อทำพิธีเชิญวิญญาณนายเสน่ห์ กลับมาที่วัดนางสาว อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ที่ญาติได้ตั้งสวดพระอภิธรรมศพ นางสาววนิดา กล่าวว่า ยอมรับว่าครอบครัวยังทำใจไม่ได้ที่พี่ชายมาถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินไป โดยต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุมารับโทษให้เร็วที่สุด แม้จะไม่สามารถทำให้ชีวิตพี่ชายกลับคืนมาได้ และคนที่ถูกจับกุมจะติดคุกไม่กี่ปีแล้วก็ออกมาก่อกรรมทำเข็ญได้ใหม่ แต่ก็ต้องการให้คนที่กระทำความผิดได้รับโทษทางกฎหมาย
แต่เบื้องต้นทราบว่าในส่วนของตำรวจนั้น ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยแล้วหนึ่งคน เป็นหนุ่มเมียนมาที่ติดเกมส์ และเป็นลูกค้าประจำของพี่ชายที่ชอบให้พาไปหาแม่ ใกล้จุดเกิดเหตุ แต่ยังตามหาตัวไม่เจอเพราะได้หายออกไปจากห้องพัก ขณะที่ พลตำรวจตรีมานะ อินพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ความคืบหน้าคดี ยังอยู่ระหว่างการหาข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ โดยหลังจากการประชุมชุดสืบสวนได้สั่งการให้ หาข้อมูลตั้งแต่จุดที่รถแท็กซี่จอดที่คิวเป็นครั้งสุดท้าย จุดที่คาดว่าน่าจะไปรับคนร้ายขึ้นรถ จนถึงจุดสุดท้ายที่พบศพ โดยตำรวจทำงานต่อเนื่อง
ซึ่งประเด็นที่มุ่งเป้าไปยังคงเป็นเรื่องของการฆ่าชิงทรัพย์ แต่คนร้ายจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าวนั้น ยังไม่สามารถระบุได้เพราะต้องให้มีข้อมูลที่ชัดเจนก่อน ส่วนแนวทางการสืบสวนในประเด็นฆ่าชิงทรัพย์นั้น ก็ได้วางแนวทางการสืบสวนไว้ทั้งหมด 5 ช่องทางด้วยกัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ ได้ เพราะอาจทำให้เสียรูปคดี และเป็นความลับในการปฏิบัติหน้าที่