svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

อียูเตรียมใช้กำลังสกัดและทำลายเรือลักลอบขนผู้อพยพ

19 พ.ค. 2558

สมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู ลงมติเห็นชอบแผนการใช้กำลังทหารสกัดและทำลายเรือที่จะใช้ลักลอบขนผู้อพยพล่องเรือข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนเข้าสู่ยุโรป หลังจากมีผู้อพยพหลั่งไหลเข้าสู่ยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,800 คนจากอุบัติเหตุทางเรือในปีนี้

รัฐมนตรีต่างประเทศและกลาโหมของชาติสมาชิกอียู 28 ประเทศประชุมร่วมกันที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมเมื่อวานและลงมติเห็นชอบแผนการใช้กำลังทหารในการยับยั้งเรือบรรทุกผู้อพยพข้ามทะเลเมดิเตอเรเนียนเข้ายุโรป 

ซึ่งรวมถึงการใช้เรือรบและเครื่องบินลาดตระเวนรวบรวมข่าวกรองและใช้กำลังทำลายเรือที่จะถูกใช้ลักลอบบรรทุกผู้อพยพออกจากลิเบีย ที่กำลังเกิดสงครามกลางเมืองและกลายเป็นศูนย์กลางของ กระบวนการค้ามนุษย์ แต่อียูยังต้องรอมติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 7 ของกฎบัตรสประชาชาติ จึงจะสามารถดำเนินการได้ 

นางเฟเดริก้า โมเกรินี หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู เปิดเผยว่า ปฏิบัติการนี้จะมีสำนักงานในกรุงโรมของอิตาลี แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ รวบรวมข่าวกรองบุกค้นบนเรือผู้อพยพ รวมทั้งยึดและทำลายเรือ โดยคาดหวังว่าปฏิบัติการนี้จะสามารถเริ่มได้ภายใน 25 มิ.ย. 

ปฏิบัติการใช้กำลังทหารนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนพิมพ์เขียวของอียูในการแก้ไขวิกฤติผู้อพยพที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่จะมีทั้งการแบ่งโควต้าให้ชาติสมาชิกร่วมกันรองรับผู้อพยพ ตั้งศูนย์คัดกรองที่ไนเจอร์เพื่อจำกัดจำนวนผู้อพยพ ร่วมมือปกป้องชายแดนกับประเทศต้นทางผู้อพยพ และเพิ่มงบและทรัพยากรในภารกิจค้นหากู้ภัย เป็นต้น

การเคลื่อนไหวของอียูเป็นความพยายามลดความสูญเสียชีวิตหลังมีผู้อพยพตายกว่า 1,800 คนในปีนี้จากอุบัติเหตุเรืออัปปางขณะล่องเรือจากเมดิเตอเรเนียนไปยุโรป

แต่แผนของอียูยังคงได้รับเสียงคัดค้านทั้งจากสมาชิกบางประเทศในอียูและลิเบีย โดยโฆษกรัฐบาลลิเบีย บอกว่า ปฏิบัติการทางทหารใดๆจะต้องดำเนินโดยอาศัยความร่วมมือของทางการลิเบีย และบอกว่าการใช้กำลังใดๆกับเรือทั้งที่อยู่ในหรือนอกน่านน้ำลิเบียเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม 

ขณะเดียวกันหลายชาติในอียูคัดค้านการแบ่งโควต้ารับผู้อพยพ เพราะวิตกว่าจะกระตุ้นให้มีผู้อพยพหลั่งไหลไปยุโรปมากขึ้น 

ข่าวข้น คนข่าว

“พิเศษ - พิสดาร” รัฐบาลอนุทิน 2.0 | ข่าวข้นคนข่าว | 31 มี.ค. 69 | PART 1

รม.อนุทิน 2.0 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เรียบร้อยแล้ว ยังมีกระบวนการเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน และแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จากนั้นก็จะมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน 

รายชื่อ ครม.มี 35 คน ไม่ถึงเกณฑ์จำนวนสูงสุดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 36 คน รวมนายกฯ 

นัยหนึ่ง อาจมองได้ว่า มีปัญหาการจัดสรรเก้าอี้ไม่ลงตัว จากเงื่อนไขโควตาจำนวน สส. 8:1 หรือ 9:1 หากตัดสินใจให้ตำแหน่งกับกลุ่มก๊วน หรือหัวหน้าพรรคใด อาจทำให้กลุ่มก๊วนที่พลาดหวัง ไม่พอใจ และก่อหวอด ก่อปัญหาขึ้นมา