1. บริหารจัดการแบบ Single Command ศูนย์บัญชาการเดียว ให้เตรียมความพร้อมทุกมิติ ทั้งการอำนวยการ การสั่งการ และการสื่อสารสร้างการรับรู้แก่ประชาชน โดยยึดหลักการปฏิบัติงานในรูปแบบศูนย์บัญชาการเดียว
2. เตรียมพร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ จัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องสูบน้ำ เรือ และรถกู้ภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเร่งด่วนและทั่วถึง
3. เน้นย้ำความปลอดภัย-อพยพกลุ่มเปราะบาง ให้ความสำคัญกับการติดตามสถานการณ์ การแจ้งเตือน และการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยให้ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุเป็นลำดับแรก รวมถึงกำหนดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับจอดรถ
4. เฝ้าระวังข่าวบิดเบือน ให้ติดตามสถานการณ์และสื่อโซเชียลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันข่าวปลอม และให้ใช้ช่องทางของกรมประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเครือข่ายสื่อมวลชนในการสร้างการรับรู้เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก
5. รายงานสถานการณ์ฉุกเฉินทันที หากเกิดเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ให้รายงานตรงถึงประธานกรรมการฯ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ในโอกาสแรกเพื่อส่งกำลังสนับสนุน และ 6. ปักหลักช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง หากสถานการณ์ในพื้นที่มีความรุนแรง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปักหลักปฏิบัติงานและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้ หนังสือคำสั่งดังกล่าวได้ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, พะเยา, แพร่, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, พิษณุโลก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์, พิจิตร, กำแพงเพชร, นครสวรรค์ และอุทัยธานี เพื่อถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด