เนชั่นทีวี

Nation Story

WORLD: "ฝูงโดรนแมงกะพรุน" ทุ่นระเบิดลอยฟ้าของอิหร่านที่โลกไม่เคยเห็น

24 มิ.ย. 2569 | nathaorn_som

WORLD: "ฝูงโดรนแมงกะพรุน" ทุ่นระเบิดลอยฟ้าของอิหร่านที่โลกไม่เคยเห็น

เมื่อนักบินสหรัฐฯ เจอสิ่งที่ "เหมือนเทคโนโลยีเอเลี่ยน" วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เครื่องบินรบ F-15E Strike Eagle ของสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท ถูกยิงตกเหนือน่านฟ้าอิหร่าน และนั่นอาจไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นตะลึงที่สุดในเหตุการณ์นี้

สิ่งที่นักบินเห็นต่างหาก — ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการข่าวกรองของสหรัฐฯ จนถึงทุกวันนี้

"มันเหมือนหนวดแมงกะพรุน"

เครื่องบิน F-15E บรรทุกลูกเรือ 2 นาย ได้แก่ นักบิน และ วิซโซ (Wizzo) หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธที่นั่งด้านหลัง ทำหน้าที่เลือกเป้าหมายและโปรแกรมอาวุธให้พร้อมโจมตี การมีลูกเรือสองคนแบบนี้ช่วยแบ่งเบาภาระในสถานการณ์ที่ซับซ้อน เพราะนักบินสามารถมุ่งหลบหลีกภัยคุกคามได้อย่างเต็มที่

ก่อนดีดตัวออกจากเครื่อง นักบินเห็นบางอย่างในอากาศที่ทำให้เขาต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ข่าวกรองสหรัฐฯ ในการสรุปเหตุการณ์หลังได้รับการช่วยเหลือ "มันคือโดรนหลายลำที่เชื่อมต่อกัน เคลื่อนไปพร้อมกันเป็นหนึ่งเดียว มีโดรนเล็กบินเรียงใต้โดรนใหญ่ ดูเหมือนหนวดแมงกะพรุน... มันเหมือนเทคโนโลยีเอเลี่ยน"

รายงาน Exclusive ของ CNN บรรยายต่อว่า นักบินใช้คำว่า "สนามทุ่นระเบิดลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยโดรน" เพื่ออธิบายสิ่งที่เขาเห็น

แล้วสิ่งที่เขาเห็น — มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?

ภาพลวงตา หรือภัยจริง?
นี่คือคำถามที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญยังเถียงกันไม่จบ

เหตุผลหนึ่งที่ต้องตั้งข้อสงสัย คือนักบินคนนี้เพิ่งถูกยิงตกเป็น ครั้งที่สอง แล้ว ครั้งแรกเกิดจากการยิงกันเอง (Friendly Fire) โดยกองทัพคูเวตในช่วงต้นของความขัดแย้ง เจ้าหน้าที่สอบสวนจึงถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า "คุณแน่ใจจริงๆ ใช่ไหม? นี่คืออาวุธสมบูรณ์แบบ หรือแค่ภาพลวงตาในทะเลทราย?"

อย่างไรก็ดี หากคำบอกเล่านั้นเป็นความจริง มันหมายความว่าอิหร่านมีเทคโนโลยีที่ กองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยประเมินว่าพวกเขาจะทำได้



โดรนฝูง: อาวุธของคนจน ที่อาจเอาชนะอาวุธของคนรวย



เทคโนโลยีที่นักบินพบเห็นมีชื่อเรียกทางเทคนิคว่า "One-to-Many Meshed Networking" หรือ เครือข่ายเชื่อมโยงแบบตาข่าย ซึ่งช่วยให้ผู้ควบคุมเพียงคนเดียวสามารถสั่งการโดรนจำนวนมากให้เคลื่อนไหวประสานกันได้อย่างพร้อมเพรียง

ในชีวิตประจำวัน เทคโนโลยีนี้ถูกใช้เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน แต่ในมือของกองทัพ มันกลายเป็น อาวุธแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Weapon) — กลยุทธ์ที่ฝ่ายเสียเปรียบใช้เทคโนโลยีราคาถูกเอาชนะกองกำลังที่แข็งแกร่งกว่า

มีรายงานหลายฉบับชี้ว่า จีนและรัสเซีย ได้ช่วยอิหร่านพัฒนาเทคโนโลยีโดรนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยิ่งทำให้โปรแกรมโดรนของอิหร่านกลายเป็นหนามยอกอกของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค

ทำไมมันถึงน่ากลัวขนาดนี้?

เอ็มมา เบตส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสงครามโดรนและผู้ก่อตั้งบริษัท Cachai อธิบายไว้ชัดเจนว่า "หากฝูงโดรนเหล่านี้สามารถจัดรูปขบวน รักษารูปร่างขณะบิน พร้อมแขวนระเบิดไว้ด้านบน และมีโดรนสำรองคอยโจมตีซ้ำในจุดที่ระลอกแรกทำลายไม่สำเร็จ — นี่คือกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เราอาจต้องสูญเสียทั้งชีวิต งบประมาณมหาศาล และทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อป้องกันตัวเองจากมัน"

พูดง่ายๆ คือ ต้นทุนการโจมตีของอิหร่านอาจต่ำกว่าต้นทุนการป้องกันของสหรัฐฯ อย่างเทียบกันไม่ได้เลย

บทสรุปที่ยังไม่จบ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ กับอิหร่านกำลังเปิดกรอบเจรจา 60 วัน ที่สวิตเซอร์แลนด์ โดยมีประเด็นหลักคือโครงการนิวเคลียร์และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร

แต่เบื้องหลังโต๊ะเจรจา — ยังมีคำถามที่รอคำตอบอยู่ว่า สิ่งที่นักบินเห็นในอากาศวันนั้น คือภาพลวงตาของคนช็อก หรือคือจุดเปลี่ยนของสงครามโดรนในยุคใหม่?

แล้วคุณล่ะ คิดว่าเทคโนโลยีฝูงโดรนแบบนี้จะเปลี่ยนสมดุลของสงครามในอนาคตได้จริงไหม?

ข่าวล่าสุด