เนชั่นทีวี

ข่าว

ดร.ถวิลวดี ชี้ "ฟุตบอลโลก" คือเวทีสร้างชาติ ถอดบทเรียน "นอร์เวย์-ญี่ปุ่น" แปลงทุนวัฒนธรรมสู่ภาพจำระดับโลก

24 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

ดร.ถวิลวดี ชี้ "ฟุตบอลโลก" คือเวทีสร้างชาติ ถอดบทเรียน "นอร์เวย์-ญี่ปุ่น" แปลงทุนวัฒนธรรมสู่ภาพจำระดับโลก

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล สะท้อนทัศนะเฉียบคมผ่านบทความสื่อสารสังคม 3 ชิ้น ชี้ "ฟุตบอลโลก" ไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่เป็นพื้นที่ประกาศตัวตนและคุณค่าของชาติ ถอดรหัสลับท่าเชียร์พายเรือไวกิ้ง "Viking Row" ของนอร์เวย์ และวัฒนธรรมเก็บขยะของแฟนบอลญี่ปุ่น มุ่งจุดประกายสร้าง "พลเมืองวัฒนธรรม" ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ให้ประเทศไทย

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล สะท้อนทัศนะเฉียบคมผ่านบทความสื่อสารสังคม 3 ชิ้น ชี้ "ฟุตบอลโลก" ไม่ใช่แค่เกมกีฬา แต่เป็นพื้นที่ประกาศตัวตนและคุณค่าของชาติ ถอดรหัสลับท่าเชียร์พายเรือไวกิ้ง "Viking Row" ของนอร์เวย์ และวัฒนธรรมเก็บขยะของแฟนบอลญี่ปุ่น มุ่งจุดประกายสร้าง "พลเมืองวัฒนธรรม" ขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ให้ประเทศไทย

KEY

POINTS

  • ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ชี้ว่าฟุตบอลโลกเป็นเวทีสำคัญที่แต่ละชาติสามารถใช้ "ทุนวัฒนธรรม" เพื่อสื่อสารตัวตนและสร้างภาพลักษณ์ในระดับโลก
  • นอร์เวย์ใช้มรดกทางวัฒนธรรมไวกิ้งผ่านท่าเชียร์ "พายเรือ" เพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ ความสามัคคี และประวัติศาสตร์ของชาติ
  • ญี่ปุ่นสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ประเทศผ่านการเก็บขยะของแฟนบอล ซึ่งสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมเรื่องระเบียบวินัยและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
  • บทเรียนจากทั้งสองประเทศชี้ให้เห็นว่าคุณค่าและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถแปลงเป็น "ทุนวัฒนธรรม" ที่สร้างภาพจำและชื่อเสียงในระดับโลกได้

ดร.ถวิลวดี บุรีกุล จากมูลนิธิเสริมสร้างพลังชุมชนวัฒนธรรมและธรรมาภิบาล ได้เปิดมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 โดยระบุว่า ฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันกีฬาหรือเรื่องของการยิงประตู หากแต่เป็นเวทีสำคัญที่แต่ละประเทศใช้สื่อสารตัวตน คุณค่า และ "ทุนวัฒนธรรม" (Cultural Capital) ของชาติสู่สายตาชาวโลก เพื่อทำให้โลกได้รู้ว่า "เราเป็นใคร"

ในการนี้ ดร.ถวิลวดี ได้สะท้อนทัศนะอันเฉียบคมผ่านบทความสื่อสารสังคมจำนวน 3 ชิ้น ที่บอกเล่าเรื่องราวของทีมชาตินอร์เวย์และทีมชาติญี่ปุ่น เพื่อเป็นบทเรียนในการสร้าง "พลเมืองวัฒนธรรม" ให้กับประเทศไทย ซึ่งมีรายละเอียดต่อไปนี้

 

บทความที่ 1: ลงเรือลำเดียวกัน : เมื่อนอร์เวย์ใช้ทุนวัฒนธรรมสร้างพลังชาติบนเวทีฟุตบอลโลก 🇳🇴

ฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา หากแต่เป็นเวทีสำคัญที่แต่ละประเทศใช้สื่อสารตัวตน คุณค่า และอัตลักษณ์ของชาติสู่สายตาชาวโลก

การกลับมาแข่งขันฟุตบอลโลกของนอร์เวย์ในรอบเกือบ 30 ปี ไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จทางกีฬาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำ “ทุนวัฒนธรรม” มาสร้างพลังร่วมของคนทั้งชาติ และถ่ายทอดเรื่องราวของประเทศผ่านกีฬาระดับโลกได้อย่างงดงาม

บนอัฒจันทร์ แฟนบอลนอร์เวย์พร้อมใจกันนั่งเรียงแถว เหยียดแขนไปข้างหน้า ดึงศอกกลับพร้อมกันเป็นจังหวะ และเปล่งเสียง “Ro! Ro!” หรือ “พาย! พาย!” กึกก้องไปทั่วสนาม

ดร.ถวิลวดี ชี้ "ฟุตบอลโลก" คือเวทีสร้างชาติ ถอดบทเรียน "นอร์เวย์-ญี่ปุ่น" แปลงทุนวัฒนธรรมสู่ภาพจำระดับโลก

ภาพดังกล่าวไม่ใช่เพียงการเชียร์ฟุตบอล แต่คือการรื้อฟื้นความทรงจำร่วมของชาติที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ชาวไวกิ้ง ผู้เคยออกเดินเรือยาวฝ่าคลื่นลมในมหาสมุทรเมื่อหลายพันปีก่อน

การเคลื่อนไหวที่เลียนแบบการพายเรือจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ทุกคนเข้าใจร่วมกัน เป็นภาษาทางวัฒนธรรมที่ไม่ต้องแปล แต่สามารถสื่อสารอัตลักษณ์ของนอร์เวย์ไปยังผู้ชมทั่วโลกได้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเหล่านักเตะนอร์เวย์นั่งลงบนพื้นสนามหลังจบการแข่งขัน และร่วมกันทำท่าพายเรือราวกับกำลังล่องอยู่กลางมหาสมุทร ภาพนั้นได้สะท้อนแนวคิดสำคัญของสังคมนอร์เวย์ว่า

“ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากทุกคนที่ลงเรือลำเดียวกัน”

นี่คือพลังของทุนวัฒนธรรมที่ถูกนำมาใช้ในเวทีกีฬาอย่างมีความหมาย

นอร์เวย์ไม่ได้ส่งออกเพียงนักฟุตบอลระดับโลก แต่ส่งออกเรื่องราว ประวัติศาสตร์ คุณค่า และอัตลักษณ์ของชาติไปพร้อมกัน

ฟุตบอลโลกครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันเพื่อชัยชนะ แต่เป็นการประกาศให้โลกเห็นว่า นอร์เวย์ยังคงมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง มีความภาคภูมิใจในมรดกของตนเอง และสามารถแปลงทุนวัฒนธรรมให้กลายเป็นพลังแห่งความสามัคคี พลังทางสังคม และภาพลักษณ์ของชาติในเวทีโลก

เมื่อกีฬาเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม อัตลักษณ์ของชาติก็ไม่ได้อยู่เพียงในพิพิธภัณฑ์หรือหนังสือประวัติศาสตร์ หากแต่มีชีวิตอยู่ในสนามแข่งขัน ในเสียงเชียร์ของประชาชน และในหัวใจของผู้คนทั้งประเทศ

นี่คือบทเรียนสำคัญของการสร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม

เพราะการจะทำให้โลกจดจำประเทศหนึ่งได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการชนะการแข่งขัน แต่คือการทำให้โลกได้รู้ว่า “เราเป็นใคร”

และนอร์เวย์กำลังทำสิ่งนั้นได้อย่างงดงาม ผ่านการพายเรือลำเดียวกันสู่ความฝันของทั้งชาติ

บทความที่ 2: ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของการยิงประตู แต่คือเวทีแสดงอัตลักษณ์ของชาติ 🇳🇴

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาจไม่ใช่ 2 ประตูของ Erling Haaland แต่คือภาพของนักเตะนอร์เวย์ทั้งทีมที่นั่งลงบนสนามและร่วมกันทำท่า “Viking Row” หรือท่าพายเรือไวกิ้งไปพร้อมกับแฟนบอล

หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียงการฉลองชัยชนะ

แต่ในมุมของการบริหารจัดการทุนวัฒนธรรม นี่คือความฉลาดในการใช้กีฬาเป็นพื้นที่สื่อสารอัตลักษณ์ชาติสู่สายตาชาวโลก

นอร์เวย์ไม่ได้นำเสนอเพียงทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่ง แต่กำลังบอกให้โลกเห็นว่า “พวกเขาเป็นใคร”

ท่าพายเรือดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับมรดกทางวัฒนธรรมของชาวไวกิ้ง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประวัติศาสตร์ สังคม และจิตวิญญาณของชาตินอร์เวย์

เมื่อแฟนบอลนับหมื่นคนพายเรือพร้อมกันบนอัฒจันทร์ เมื่อเสียง “Ro! Ro! Ro!” ดังก้องทั่วสนาม และเมื่อนักเตะลงมาร่วมพายเรือกับประชาชนหลังจบเกม

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงการเชียร์กีฬา แต่คือการทำให้ทุนวัฒนธรรมมีชีวิต เป็นการเปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วม เปลี่ยนอัตลักษณ์ให้กลายเป็นพลัง และเปลี่ยนการแข่งขันฟุตบอลให้กลายเป็นเวทีสร้างภาพลักษณ์ของชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น แฟนบอลนอร์เวย์ยังนำ “Viking Row” ออกไปสู่พื้นที่สาธารณะทั่วสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่สนามฟุตบอลไปจนถึง Times Square ในนครนิวยอร์ก

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Cultural Branding หรือการสร้างแบรนด์ชาติผ่านทุนวัฒนธรรม

ประเทศที่ประสบความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ส่งออกเพียงสินค้า นักกีฬา หรือเทคโนโลยี แต่ส่งออกเรื่องราว ตัวตน และคุณค่าที่ทำให้คนทั้งโลกจดจำได้

นอร์เวย์กำลังแสดงให้เห็นว่า การชนะฟุตบอลโลกอาจทำให้คนจดจำคุณได้ชั่วคราว แต่การทำให้โลกเข้าใจว่าคุณเป็นใคร จะทำให้คนจดจำประเทศของคุณได้ตลอดไป

นี่คือพลังของการสร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรมผ่านกีฬาอย่างแท้จริง

ดร.ถวิลวดี ชี้ "ฟุตบอลโลก" คือเวทีสร้างชาติ ถอดบทเรียน "นอร์เวย์-ญี่ปุ่น" แปลงทุนวัฒนธรรมสู่ภาพจำระดับโลก

บทความที่ 3: การสร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม (Building the Nation Through Culture) 🇯🇵

ฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงเวทีแข่งขันกีฬา แต่เป็นพื้นที่ที่แต่ละชาติใช้สื่อสารอัตลักษณ์ คุณค่า และทุนวัฒนธรรมของตนเองสู่สายตาชาวโลก

กรณีของแฟนบอลญี่ปุ่นที่ช่วยกันเก็บขยะบนอัฒจันทร์หลังจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 อาจดูเป็นเพียงพฤติกรรมเล็ก ๆ ในสายตาหลายคน แต่ในมุมมองของการบริหารจัดการทุนวัฒนธรรมของชาติ นี่คือหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนของการเปลี่ยน “คุณค่าทางวัฒนธรรม” ให้กลายเป็น “พลังทางสังคม” และ “ภาพลักษณ์ของประเทศ” ที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก

ฮาจิเมะ โมริยาสุ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติญี่ปุ่น อธิบายว่า การเก็บขยะหลังจบการแข่งขันไม่ใช่การแสดงเพื่อให้คนชื่นชม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่คนญี่ปุ่นได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก โดยมีแนวคิดสำคัญว่า “เมื่อเราจากสถานที่ใดไป สถานที่นั้นควรสวยงามกว่าเดิม”

หากพิจารณาในมิติของทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital) ตามแนวคิดของ Pierre Bourdieu พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนทุนทางวัฒนธรรมที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล (Embodied Cultural Capital) ซึ่งเกิดจากการเรียนรู้ การขัดเกลาทางสังคม และการส่งต่อคุณค่าจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นพฤติกรรมปกติในชีวิตประจำวัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ ญี่ปุ่นไม่ได้ใช้ฟุตบอลโลกเพียงเพื่อแสดงศักยภาพด้านกีฬา แต่ใช้เวทีระดับโลกเป็นพื้นที่เผยแพร่ “อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม” ของชาติให้ผู้คนทั่วโลกได้เห็น ผ่านพฤติกรรมที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง นั่นคือ ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความสะอาด และความเคารพต่อพื้นที่สาธารณะ

In มุมของการบริหารจัดการทุนวัฒนธรรมระดับชาติ กรณีนี้สะท้อนบทเรียนสำคัญว่า ทุนวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุดอาจไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรม อาคารโบราณ หรือเทศกาลสำคัญเท่านั้น แต่รวมถึง “คุณค่าและพฤติกรรมร่วมของผู้คน” ที่สะท้อนตัวตนของชาติด้วย

การที่ผู้คนทั่วโลกจดจำญี่ปุ่นจากภาพของแฟนบอลที่ช่วยกันเก็บขยะ ทำให้ประเทศได้รับทั้งความชื่นชม ความน่าเชื่อถือ และภาพลักษณ์เชิงบวก ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์ของ Soft Power ที่เกิดจากวัฒนธรรมในชีวิตประจำวัน (Everyday Culture) มากกว่าการประชาสัมพันธ์โดยตรง

สำหรับประเทศไทย บทเรียนจากญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่า การสร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรมไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม แต่ควรมุ่งสร้าง “พลเมืองวัฒนธรรม” (Cultural Citizenship) ที่ตระหนักถึงบทบาทของตนในการรักษาและส่งต่อคุณค่าของสังคม

หากประเทศไทยสามารถปลูกฝังค่านิยมเรื่องความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีน้ำใจ การรักษาสิ่งแวดล้อม การเคารพความหลากหลาย และความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นวิถีชีวิตของประชาชนได้ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทุนวัฒนธรรมของชาติที่สามารถสื่อสารสู่สายตาชาวโลกได้อย่างทรงพลังไม่แพ้ศิลปะ อาหาร หรือการท่องเที่ยว

ท้ายที่สุด กรณีการเก็บขยะของแฟนบอลญี่ปุ่นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่เป็นตัวอย่างของการบริหารจัดการทุนวัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จ เพราะสามารถเปลี่ยนคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ฝังรากอยู่ในสังคม ให้กลายเป็นภาพจำของประเทศ สร้างชื่อเสียงระดับโลก และส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นต่อไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นี่คือพลังของการสร้างชาติด้วยทุนวัฒนธรรม ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากนโยบายขนาดใหญ่ แต่เริ่มต้นจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ของผู้คนทั้งประเทศ

ข่าวล่าสุด