เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: งามล้ำค่า! ยลโฉม 'กุหลาบควีนสุทิดา' กุหลาบนามพระราชทานสายพันธุ์ใหม่ ผลงานวิจัยโครงการหลวงที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์และศิลปะธรรมชาติอย่างลงตัว

24 มิ.ย. 2569 | TEERAWAT

STORY: งามล้ำค่า! ยลโฉม 'กุหลาบควีนสุทิดา' กุหลาบนามพระราชทานสายพันธุ์ใหม่ ผลงานวิจัยโครงการหลวงที่ผสมผสานวิทยาศาสตร์และศิลปะธรรมชาติอย่างลงตัว

เคยสงสัยไหมครับว่า... กว่าที่ดอกไม้สายพันธุ์ใหม่สักหนึ่งสายพันธุ์จะถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกนี้ และได้รับเกียรติสูงสุดในการพระราชทานนามอันเป็นมงคลยิ่ง ต้องผ่านสายลมหนาว ความเพียรพยายาม และเวลาที่ยาวนานขนาดไหน?

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อกุหลาบสายพันธุ์ใหม่ของโลกอย่างเป็นทางการว่า “ควีนสุทิดา” (Queen Suthida) ซึ่งนี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวของดอกไม้ที่สวยงาม แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของงานวิจัยพฤกษศาสตร์ไทยที่เดินทางข้ามเวลามาเกือบ 8 ปีเต็ม ณ ดินแดนที่สูงของจังหวัดเชียงใหม่

แล้วอะไรคือความพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลีบดอกสีหวานและทรงพุ่มที่สง่างามนี้? มาร่วมเดินทางไปค้นหาคำตอบพร้อมกันครับ



🔵 [จากความเพียรสู่วังหลวง: เบื้องหลังการปรุงพันธุ์ที่ยาวนานกว่า 8 ปี]


หากจะพูดถึงต้นกำเนิดของ "กุหลาบควีนสุทิดา" หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Rosa 'Royal 3' (อยู่ในวงศ์ Rosaceae) เราต้องย้อนเวลากลับไปในปี พ.ศ. 2561 ณ พื้นที่หน่วยวิจัยขุนห้วยแห้ง สถานีวิจัยเกษตรหลวงอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จุดเริ่มต้นเกิดจากความอุตสาหะของเหล่านักวิจัยไทยจากมูลนิธิโครงการหลวง ที่ได้ทำการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างกุหลาบสายพันธุ์ Ocean Song (ซึ่งเป็นพันธุ์แม่) และกุหลาบสายพันธุ์ Nightingale (ซึ่งเป็นพันธุ์พ่อ)

นี่คือการเดินทางที่ต้องอาศัยทั้งความอดทนและความประณีตทางวิทยาศาสตร์เป็นอย่างสูง เพราะนักวิจัยต้องคัดสรร คอยเฝ้าดูการเจริญเติบโต และทดสอบความแข็งแรงของสายพันธุ์จนมั่นใจ จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืชอย่างเป็นทางการจากกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567

ในการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 2/2569 ณ สนามเสือป่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฯ ได้แจ้งข่าวอันเป็นมงคลนี้แก่ที่ประชุม ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่คณะทำงานเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่า "นับเป็นขวัญกำลังใจสำคัญต่อการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชของมูลนิธิโครงการหลวง"
.
จากความพยายามในห้องแล็บท่ามกลางอากาศหนาวบนยอดดอย สู่การได้รับพระราชทานนามอันทรงเกียรติในวังหลวง... แต่คุณรู้ไหมครับว่า นอกจากเบื้องหลังทางวิทยาศาสตร์ที่น่าทึ่งแล้ว รูปลักษณ์และสีสันของกุหลาบสายพันธุ์นี้ยังมีภาษาดอกไม้และศิลปะธรรมชาติที่สะกดสายตาผู้พบเห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย



🔵 [ความงามสะกดสายตา: นัยแห่งศิลปะธรรมชาติและรูปทรงที่อ่อนช้อย]


กุหลาบแต่ละสายพันธุ์ย่อมมี "ภาษา" และ "บุคลิก" เป็นของตัวเอง สำหรับ "กุหลาบควีนสุทิดา" นั้น ความงามของเธอปรากฏให้เห็นตั้งแต่วินาทีแรกที่ยอดอ่อนเริ่มผลิใบ ด้วยยอดอ่อนที่มีโทนสีแดงอ่อนตัดกับลำต้นสีเขียวเข้มอย่างมีมิติ ตัวต้นเป็นทรงพุ่มตั้งตรง แข็งแรงและสง่างาม มีความสูงพอเหมาะประมาณ 52-67 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านสาขาประมาณ 6-8 กิ่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกสีเขียวเข้มปานกลาง ขอบใบจักฟันเลื่อยและเป็นคลื่นเล็กน้อย ช่วยขับเน้นให้ดอกกุหลาบโดดเด่นสะดุดตา

แต่ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้ทุกคนต้องมนต์สะกดคือ "ดอก" ซึ่งเป็นดอกเดี่ยวที่มีกลีบดอกซ้อนกันแน่นหนาอย่างมีชั้นเชิง

  • เมื่อแรกแย้ม: ดอกตูมมีความกว้างประมาณ 1.4-1.8 เซนติเมตร
  • เมื่อบานสะพรั่งเต็มที่: ดอกจะแผ่ขยายกว้างถึง 7.0-9.7 เซนติเมตร กลีบดอกทรงกลมไม่สมมาตรกว้างยาวราวๆ 4.4-4.5 เซนติเมตร
  • เอกลักษณ์เฉพาะตัว: ขอบกลีบหยักเป็นคลื่นอ่อนๆ และม้วนตัวเล็กน้อยเมื่อบานเต็มที่ ให้ความรู้สึกที่ทอดถอน อ่อนช้อย แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความสง่างามตามธรรมชาติ


ความละเมียดละไมของกลีบดอกที่ม้วนตัวอย่างมีเสน่ห์นี้ ชวนให้เรานึกถึงงานศิลปะชิ้นเอกที่ธรรมชาติบรรจงปั้นแต่งขึ้นมาอย่างประณีต และหากเรามองย้อนกลับไปในหน้าประวัติศาสตร์พฤกษศาสตร์ของไทย ความงามในลักษณะนี้เคยสร้างความประทับใจให้กับคนทั้งโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง



🔵 [สืบประสานสายใยประวัติศาสตร์: จาก 'ควีนสิริกิติ์' สู่ 'ควีนสุทิดา']


เรื่องราวของ "กุหลาบควีนสุทิดา" ทำให้นึกถึงสายใยความผูกพันทางประวัติศาสตร์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2514 ประเทศไทยและโลกได้รู้จักกับ "กุหลาบควีนสิริกิติ์" (Queen Sirikit Rose) กุหลาบลูกผสมสีเหลืองทองขอบส้มอันเลื่องชื่อ ซึ่งนายอองเดร อองดริก ผู้อำนวยการไร่กุหลาบแห่งลุ่มน้ำลัวร์ ประเทศฝรั่งเศส ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตตั้งชื่อตามพระนามของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยในบันทึกประวัติศาสตร์ระบุไว้อย่างงดงามว่า "พระราชินีแห่งประเทศไทย ทรงพระสิริโฉมเป็นเสน่ห์แบบตะวันออกเหนือตะวันตก"

วันนี้ ในปี พ.ศ. 2569 ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้ถูกบันทึกขึ้นอีกครั้งด้วย "กุหลาบควีนสุทิดา" ดอกไม้ที่เป็นผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยน้ำมือของคนไทยเอง 100% บนผืนแผ่นดินไทย ซึ่งไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางวิชาการเกษตร แต่ยังเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการสืบสาน รักษา และต่อยอด ความรักในธรรมชาติและงานศิลปะพฤกษศาสตร์ให้เบ่งบานอย่างยั่งยืนจากรุ่นสู่รุ่น



🔵 [ก้าวต่อไปของวงการไม้ดอกไทย: ศิลปะธรรมชาติที่ส่งต่อแรงบันดาลใจ]


ความสำเร็จในการพัฒนา "กุหลาบควีนสุทิดา" ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยของเรามีศักยภาพในการสร้างสรรค์และพัฒนาสายพันธุ์พืชในระดับสากล และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า "วิทยาศาสตร์" และ "ศิลปะ" สามารถหลอมรวมกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งสวยงามและยกระดับมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ชื่นชอบธรรมชาติและการใช้ชีวิตที่มีสุนทรียภาพ ข่าวดีนี้น่าจะเป็นแรงบันดาลใจชั้นยอดที่ทำให้เราอยากหันกลับมาดูแลสวนหลังบ้าน หรือลองลงมือปลูกต้นไม้ดอกไม้เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวเล็กๆ ที่ชุบชูใจในทุกวัน

สุดท้ายนี้... ผมอยากชวนทุกท่านมาร่วมแบ่งปันความคิดเห็นกันครับ

คุณคิดว่า "ศิลปะจากธรรมชาติ" อย่างกุหลาบสายพันธุ์ใหม่นี้ จะช่วยต่อยอดและสร้างชื่อเสียงให้กับวงการไม้ดอกและการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของไทยในเวทีโลกได้อย่างไรบ้าง?

และหากคุณมีโอกาสได้ปลูกกุหลาบควีนสุทิดาไว้ในบ้าน มุมไหนของบ้านที่คุณคิดว่าจะสามารถดึงความงดงามของดอกไม้ชนิดนี้ให้ออกมาเฉิดฉายและสร้างความสุขให้กับครอบครัวของคุณได้มากที่สุด?

ข่าวล่าสุด