เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY : เปิดแฟ้มอำมหิต 'สไนเปอร์ซาฟารี' เศรษฐีวิปริตจ่ายเงินล่า 'คนหน้าสวย' กลางซาราเยโว

10 พ.ค. 2569

STORY : เปิดแฟ้มอำมหิต 'สไนเปอร์ซาฟารี' เศรษฐีวิปริตจ่ายเงินล่า 'คนหน้าสวย' กลางซาราเยโว

วงการประวัติศาสตร์และสิทธิมนุษยชนโลกต้องสั่นสะเทือน เมื่อความจริงอันมืดมิดจากยุคสงครามบอสเนีย (ปี 1992-1996) ถูกนำมาตีแผ่อีกครั้ง

เรื่องราวของ "สไนเปอร์ซาฟารี" (Sniper Safari) ขบวนการที่เปิดทางให้กลุ่มมหาเศรษฐีชาวต่างชาติ จ่ายเงินเพื่อเข้ามา "ซุ่มยิงพลเรือนผู้บริสุทธิ์" กลางเมืองซาราเยโว ไม่ใช่แค่ตำนานเมือง แต่คือโศกนาฏกรรมที่มีการตั้งราคาชีวิตมนุษย์อย่างเป็นระบบ

ร่องรอยความโหดร้าย ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพรากชีวิต แต่ยังลุกลามไปถึงเกมวิปริตที่กลุ่มคนรวยแข่งขันกันล่า "ผู้หญิงที่สวยที่สุด" เพื่อสนองความตื่นเต้นส่วนตัว


🔵[เกมล่าชีวิต: เมื่อความตายถูกตั้งราคา]


เรื่องอื้อฉาวนี้เริ่มเป็นที่สนใจทั่วโลกจากสารคดี "Sarajevo Safari" (ปี 2022) ของ มิรัน ซูพานิค และถูกตอกย้ำความอำมหิตด้วยหนังสือ "Pay and Shoot" โดย โดมากอจ มาร์เจติช นักข่าวชาวโครเอเชีย ข้อมูลระบุชัดเจนว่า ขบวนการนี้พานักท่องเที่ยวตะวันตกจากหลากประเทศ เดินทางผ่านเบลเกรดขึ้นไปยังจุดซุ่มยิงแนวหน้าของเมืองซาราเยโว

ราคาของชีวิตพลเรือนถูกนำมาตีเป็นมูลค่าอย่างเลือดเย็น โดยมีการตั้งราคาสำหรับเป้าหมายทั่วไปไว้ที่ 80,000 มาร์ก หรือราว 1.5 ล้านบาท  หากเป้าหมายเป็นหญิงสาวหน้าตาดี ค่าหัวจะพุ่งสูงถึง 95,000 มาร์ก หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท และที่สะเทือนใจที่สุดคือการกำหนดราคาชีวิตของหญิงตั้งครรภ์ไว้ในระดับสูงสุดถึง 110,000 มาร์ก หรือกว่า 2.1 ล้านบาท

ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารลับยังระบุพฤติกรรมอันโหดเหี้ยมว่า กลุ่มนักล่าเศรษฐีเหล่านี้ได้สร้างเกมแข่งขันกันเองเพื่อชิงผลงานว่า ใครจะสามารถปลิดชีพ "ผู้หญิงที่สวยที่สุด" ในเมืองที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมแห่งนี้ได้สำเร็จ 


🔵[แฟ้มลับข่าวกรอง และวีไอพีปริศนา]


ร่องรอยสำคัญถูกรวบรวมโดย เนดซาด อูเกลเยน อดีตผู้บัญชาการฝ่ายปฏิบัติการหน่วยข่าวกรองบอสเนีย ก่อนที่เขาจะถูกลอบสังหารในปี 1996 เขาได้รวบรวมเอกสารการจ่ายเงินให้ผู้จัดการชาวเซอร์เบีย พร้อมคำให้การจากกองกำลังติดอาวุธที่ระบุว่า มีการจัดหาที่พักให้แก่พลซุ่มยิงต่างชาติ

สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีการอ้างอิงถึงกลุ่ม "วีไอพี" ที่เดินทางมาด้วยเฮลิคอปเตอร์ โดยมีเสียงเล่าลือว่าอาจมีเชื้อพระวงศ์ยุโรปรวมอยู่ด้วย บุคคลเหล่านี้เข้าพักในพื้นที่ใกล้ซาราเยโวและมักเล็งเป้าหมายไปที่ "เด็ก" อย่างโหดเหี้ยม


🔵[คำให้การจากกรุงเฮก: พยานที่โลกเพิ่งรับฟัง]


ย้อนกลับไปในปี 2007 จอห์น จอร์แดน อดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ ผู้เป็นอาสาสมัครดับเพลิงของสหประชาชาติ ได้ให้การเป็นพยานต่อหน้าศาลอาญาระหว่างประเทศที่กรุงเฮก เขาเปิดโปงพฤติกรรมของ "นักท่องเที่ยวมือปืน" ที่แต่งกายผสมผสานระหว่างชุดพลเรือนและทหาร ถืออาวุธล่าสัตว์ราคาแพง และมักจะมีคนท้องถิ่นคอยนำทางเสมอ

จอร์แดน ระบุชัดเจนถึงยุทธวิธีสร้างความเจ็บปวดสูงสุดของมือปืนเหล่านี้ หากมีผู้ใหญ่เดินคู่กับเด็ก เด็กจะถูกยิง หากเดินมาเป็นครอบครัว คนที่อายุน้อยที่สุดจะตกเป็นเป้า และในกลุ่มเด็กผู้หญิง คนที่สวยที่สุดมักจะถูกเลือกปลิดชีพเสมอ แม้ในอดีตคำให้การของเขาจะไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่ในปัจจุบัน ข้อมูลเหล่านี้ได้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ต่อภาพความโหดร้ายให้ประจักษ์ชัดแก่สายตาชาวโลก

🔵 [ความยุติธรรมที่ยังต้องทวงถาม]


บาดแผลจากสงครามที่คร่าชีวิตพลเรือนในซาราเยโวไปกว่า 11,500 คน ไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกหล่อเลี้ยงด้วยความวิปริตของชาวต่างชาติผู้ร่ำรวย ที่ใช้เงินซื้อตั๋วเข้าสู่ "ซาฟารีมนุษย์"

การที่ทางการอิตาลีเริ่มเปิดการสอบสวนเรื่องนี้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ที่ผู้รอดชีวิตต่างรอคอย เพื่อให้ความจริงทั้งหมดถูกเปิดเผย และนำผู้ที่มองชีวิตมนุษย์เป็นเพียง "เหยื่อล่าสัตว์" มาเผชิญหน้ากับกระบวนการยุติธรรมในที่สุด