เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะจุดตัดคดี สส.ภาวุธ คดี Forex เกมการเมืองหรือเรื่องผิดกฎหมาย?

24 มิ.ย. 2569 | titayu_pur

เจาะจุดตัดคดี สส.ภาวุธ คดี Forex เกมการเมืองหรือเรื่องผิดกฎหมาย?

อัยการแจงชัดจุดตัดกฎหมายคดี สส.ภาวุธ เทรดทอง Forex เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือระดมทุน เผย 3 พฤติการณ์ส่อผิดกฎหมาย ท่ามกลางจับตาปมการเมืองเตะตัดขา

อัยการแจงชัดจุดตัดกฎหมายคดี สส.ภาวุธ เทรดทอง Forex เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือระดมทุน เผย 3 พฤติการณ์ส่อผิดกฎหมาย ท่ามกลางจับตาปมการเมืองเตะตัดขา

KEY

POINTS

  • จุดตัดกฎหมาย: อัยการชี้การลงทุนส่วนตัวไม่ผิดกฎหมาย แต่หากมีพฤติการณ์ไลฟ์สดโฆษณา ชักชวนคนเกิน 10 คน และการันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง จะเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ทันที
     
  • ฉากหลังการเมือง: ดีเอสไอประกาศรับคดี Forex ของ สส.ภาวุธ เป็นคดีพิเศษเพียงหนึ่งวันก่อนเปิดเวทีอภิปราย ซึ่งเจ้าตัวเตรียมยื่นตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดีอี
     
  • ทางรอดในชั้นศาล: ผู้ถูกกล่าวหาต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า มีแหล่งที่มาของผลกำไรที่นำมาจ่ายสมาชิกได้จริงตามที่โฆษณาไว้ ซึ่งในหลักการทำธุรกิจทั่วไปเป็นไปได้ยากมากที่จะการันตีกำไรสูงต่อเนื่อง

24 มิถุนายน 2569 จับตาปมร้อนทางการเมืองเมื่อ ดีเอสไอ รับคดี สส.ป้อม ภาวุธ ปมเอี่ยว Forex และ เทรดทอง เป็นคดีพิเศษก่อนวันอภิปรายงบประมาณเพียงวันเดียว ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องการเตะตัดขา หลังเตรียมสอบโครงการรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย โครงการ TH-AI Passport ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรี ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด อัยการ ออกโรงแถลงชี้ชัดจุดตัดข้อกฎหมาย ระหว่างการลงทุนส่วนตัวกับ แชร์ลูกโซ่ และ สส.พรรคประชาชน รายนี้จะรอดหรือไม่ ต้องดูจากพฤติการณ์เป็นหลัก


โดยเฉพาะจากพฤติกรรมและการทำธุรกิจในอดีตของ สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จากพรรคประชาชน ที่ถูกโยงกับคดี Forex ล่าสุด ว่า การเทรดทองหรือลงทุนค้าทอง และเป็นตัวกลางรับ-โอนเงินจากการทำธุรกิจลักษณะนี้ รวมไปถึงการไลฟ์สดในเชิงประชาสัมพันธ์ในลักษณะ “เชิญชวน” เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

 

 สส.ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ จากพรรคประชาชน

 

อัยการชี้ชัด! "จุดตัด" กฎหมาย: ลงทุนเอง vs ระดมทุน

 

เพื่อให้เกิดความชัดเจนในข้อกฎหมาย นายทรงพล สุวรรณพงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ โดยระบุว่า

 

การลงทุนมี 2 ประเภท ที่กฎหมายไทยแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

 

การลงทุนที่ทำได้: คือการลงทุนในฐานะบุคคลธรรมดา ใช้เงินส่วนตัวซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน เหมือนการเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยไม่มีการระดมทุนจากผู้อื่น
 

การลงทุนที่ต้องห้าม: จุดตัดสำคัญคือ "การระดมทุน" หากมีการชักชวนผู้อื่นมาร่วมลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 ทันที 

 

 

นายทรงพล สุวรรณพงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด

3 องค์ประกอบ "แชร์ลูกโซ่" ที่ต้องระวัง
 

รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายต่อว่า พฤติกรรมที่ส่อเจตนาผิดกฎหมายตามมาตรา 4 มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ คือ


มีการโฆษณา/ไลฟ์สดชักชวน: เป็นการเชิญชวนประชาชนทั่วไปหรือคนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ผ่านสื่อทุกช่องทาง 


เสนอผลตอบแทนสูงเกินจริง: มีการสัญญาจะจ่ายผลประโยชน์สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินจะจ่ายได้ เช่น อ้างผลตอบแทนเดือนละ 10%


ไม่มีธุรกิจจริง/หมุนเงินจ่าย: รู้อยู่แล้วว่าธุรกิจที่อ้างไม่สามารถสร้างกำไรได้จริง แต่นำเงินสมาชิกใหม่มาจ่ายสมาชิกเก่าในลักษณะแชร์ลูกโซ่

 

ไม่สนว่าเทรดอะไร "พฤติการณ์" คือตัวตัดสิน

 

ในประเด็นการ "เทรดทอง" หรือสินทรัพย์อื่นตามที่ปรากฏในคลิปของ สส.ป้อม นายทรงพล ระบุว่า

 

กฎหมายไม่ได้ดูที่ชื่อสินทรัพย์ ว่าจะเป็นทองหรือ Forex แต่จะพิจารณาที่รูปแบบพฤติการณ์ หากมีการไลฟ์สดโฆษณาชักชวนระดมทุน และสัญญาผลตอบแทนสูง กฎหมายจะมองเป็น "การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน" และหากไม่มีสินทรัพย์อยู่จริง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เพิ่มเติมด้วย

 


ทางรอดเดียวในชั้นศาล
 


ในตอนท้าย นายทรงพล ระบุว่า ทางรอดเดียวของผู้ที่ถูกกล่าวหาคือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ตนเองมีแหล่งที่มาของผลตอบแทน ที่นำมาจ่ายได้จริงตามที่โฆษณาไว้ ซึ่งในโลกธุรกิจปกติแทบเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะการันตีกำไรสูงขนาดนั้นได้อย่างยั่งยืน


คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ สส.ภาวุธ ในแง่กฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการพิสูจน์บรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรมไทย ภายใต้เงาของเกมอำนาจทางการเมืองอีกด้วย

ข่าวล่าสุด