นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าหลายประเภทมีเทคโนโลยีซับซ้อน ผู้บริโภคไม่อาจตรวจพบความชำรุดบกพร่องได้ด้วยตนเองในขณะซื้อ กว่าจะรู้ก็ใช้งานไปแล้วระยะหนึ่ง และเมื่อเกิดปัญหา ผู้ซื้อกลับต้องเป็นฝ่ายพิสูจน์เองว่า ความเสียหายมีอยู่ก่อนแล้ว ทำให้หลายคนต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย และไม่ได้รับความเป็นธรรม กฎหมายฉบับนี้จึงเข้ามาแบ่งเบาภาระตรงจุดนั้น และสร้างหลักประกันที่ชัดเจนให้แก่ผู้บริโภค
เปิดสาระสำคัญของร่าง กม.Lemon Law
สาระสำคัญของร่างกฎหมายวางหลัก ให้ผู้ขายต้องรับผิดเมื่อสินค้าชำรุดบกพร่อง โดยกำหนดข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่า หากสินค้าเสียภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าเสียมาตั้งแต่วันส่งมอบ ผู้ซื้อไม่ต้องพิสูจน์เอง โดยสินค้าทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ และรถจักรยานยนต์ กำหนดไว้ 6 เดือน ส่วนรถยนต์กำหนดไว้ 1 ปี
ร่างกฎหมายยังให้สิทธิผู้ซื้อ เรียกให้ผู้ขายซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้า ลดราคา หรือเลิกสัญญาและคืนเงิน หากเป็นความบกพร่องร้ายแรงในสาระสำคัญ ผู้ซื้อขอเปลี่ยนสินค้าได้ทันที สินค้าทั่วไปภายใน 7 วัน และเครื่องใช้ไฟฟ้ากับเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 14 วัน นับจากวันรับสินค้า ด้านการซ่อม กำหนดให้ผู้ขายซ่อมสินค้าทั่วไปให้เสร็จภายใน 60 วัน และรถยนต์ภายใน 90 วัน นอกจากนี้ยังกำหนดความรับผิดโดยเคร่งครัดเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่ผู้ขายต้องรับผิดทุกกรณี เมื่อพบความบกพร่องภายในระยะเวลาและระยะทางที่กำหนด