เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: OpenAI จ่อผลิตสมาร์ตโฟนปีหน้า ไม่ใช่มือถือธรรมดา แต่คือ AI Agent ในมือคุณ — เป้าหมาย 30 ล้านเครื่อง

08 พ.ค. 2569

STORY: OpenAI จ่อผลิตสมาร์ตโฟนปีหน้า ไม่ใช่มือถือธรรมดา แต่คือ AI Agent ในมือคุณ — เป้าหมาย 30 ล้านเครื่อง

เมื่อผู้สร้าง ChatGPT ไม่ยอมอยู่แค่หน้าจอ แต่อยากเป็น "สมองหลัก" ในมือคุณ — OpenAI กำลังเดินหน้าพัฒนาสมาร์ทโฟน AI ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่เราโต้ตอบกับเทคโนโลยีไปตลอดกาล แต่โลกพร้อมแล้วหรือยัง?

ถ้าวันนี้คุณถาม ChatGPT ผ่านแอปฯ บนมือถือ อีกไม่กี่ปีข้างหน้า OpenAI อาจอยากให้คุณถามมันผ่าน "มือถือ" ที่บริษัทสร้างเอง



🔵 [OpenAI กับก้าวแรกสู่โลกฮาร์ดแวร์]


นักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo เพิ่งเปิดเผยข้อมูลวงในที่ทำให้วงการเทคฮือฮา  OpenAI บริษัทผู้สร้าง ChatGPT กำลังเร่งพัฒนาสมาร์ตโฟนรุ่นแรก โดยอาจเริ่มสายการผลิตในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ปี 2028 ถึงเกือบหนึ่งปีเต็ม พร้อมตั้งเป้าส่งมอบสูงถึง 30 ล้านเครื่อง ภายในปี 2027–2028

แรงผลักดันเบื้องหลังการเร่งมือครั้งนี้มาจากสองปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ AI Agent และการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดหุ้น (IPO) ในอนาคตอันใกล้

แล้วมือถือเครื่องนี้จะพิเศษกว่าที่มีอยู่ในท้องตลาดอย่างไร?



🔵 [ไม่ใช่สมาร์ตโฟนธรรมดา แต่คือ "AI Agent ในมือคุณ"]


สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้น่าจับตามองไม่ใช่ตัวเลขสเปก แต่คือ แนวคิดที่อยู่เบื้องหลัง OpenAI ไม่ได้ต้องการสร้างสมาร์ตโฟนอีกเครื่องให้แข่งกับ iPhone หรือ Samsung แต่มุ่งออกแบบอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent ที่สามารถจัดการงานต่างๆ แทนผู้ใช้ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งไปมาระหว่างแอปพลิเคชันอีกต่อไป

ในแง่ฮาร์ดแวร์ รายงานระบุว่ามือถือรุ่นนี้น่าจะใช้ชิป MediaTek Dimensity 9600 เวอร์ชันดัดแปลงพิเศษ ผลิตด้วยกระบวนการ N2P ของ TSMC โดยจุดเด่นสำคัญไม่ใช่ความเร็วแรงตามสเปกทั่วไป แต่เน้นที่ ประสิทธิภาพด้าน AI ได้แก่

  •  ISP รุ่น HDR ขั้นสูง ช่วยให้อุปกรณ์วิเคราะห์สภาพแวดล้อมผ่านกล้องและเซนเซอร์ได้อย่างแม่นยำ
  •  Dual-NPU สำหรับประมวลผลภาพและภาษาพร้อมกันในเวลาเดียวกัน
  •  RAM แบบ LPDDR6 + UFS 5.0 รองรับการทำงานที่รวดเร็วไร้สะดุด
  •  ระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวจากการใช้งาน AI

🔵 [บทเรียนจากความล้มเหลว — ก้าวข้ามหลุมพรางเดิม]


ก่อนจะฝันไกล OpenAI ต้องเผชิญกับบทเรียนสำคัญที่รุ่นพี่ในวงการต้องเจ็บปวดมาแล้ว ทั้ง Humane AI Pin ที่ราคาสูงถึง 699 ดอลลาร์พร้อมค่าบริการรายเดือน และ Rabbit R1 ที่เปิดตัวด้วยความคาดหวังสูงแต่กลับล้มเหลวในการสร้างมูลค่าที่แตกต่างจากสมาร์ตโฟนที่มีอยู่แล้ว



"อุปสรรคสำคัญของ OpenAI ไม่ใช่เรื่องสเปค แต่คือพฤติกรรมผู้ใช้ที่หยั่งรากลึกมานานหลายปี"



ผู้ใช้งานทั่วโลกคุ้นชินกับแอปฯ ที่ตนรัก การมอบงานประจำวันให้ AI จัดการแทนทั้งหมดนั้น ต้องอาศัยความไว้วางใจในระดับที่ไม่ใช่แค่กดดาวน์โหลดแอปฯ ใหม่แล้วจะได้มาทันที

แล้ว OpenAI มีไพ่ใบไหนที่คู่แข่งไม่มี?



🔵 [Jony Ive + ChatGPT = สูตรสำเร็จหรือการเดิมพันครั้งใหญ่?]


หนึ่งในไพ่ที่น่าจับตาที่สุดคือชื่อของ โจนี ไอฟ์ (Jony Ive) อดีตนักออกแบบระดับตำนานจาก Apple ผู้อยู่เบื้องหลัง iPod, iPhone และ MacBook บุรุษผู้นี้กำลังวนเวียนอยู่ในโปรเจกต์ฮาร์ดแวร์ของ OpenAI และยังมีรายงานถึงอุปกรณ์อีกชิ้น ลักษณะเป็นลำโพงอัจฉริยะไร้หน้าจอพร้อมกล้อง ที่คาดว่าจะเปิดตัวต้นปี 2026 ด้วย

จุดแข็งอีกประการคือฐานผู้ใช้ ChatGPT หลายร้อยล้านคนต่อสัปดาห์ทั่วโลก แต่การแปลงความนิยมของแอปพลิเคชันให้กลายเป็นยอดขายฮาร์ดแวร์ คือสมการที่ยังรอการพิสูจน์

ขณะที่คู่แข่งอย่าง Apple, Google และ Samsung ต่างก็เร่งฝัง AI เข้าสู่อุปกรณ์ของตนอยู่แล้ว OpenAI จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า AI-first ของตนคือสิ่งที่ "เหนือกว่า" ไม่ใช่แค่ "ต่างออกไป"

🔵 [ตัดสินผลอย่างไร ในเกมที่ยังไม่มีผู้ชนะ]


Ming-Chi Kuo เองก็ยอมรับว่าเป้าหมาย 30 ล้านเครื่องถือเป็น "ความทะเยอทะยานขั้นสุด" สำหรับบริษัทที่ไม่เคยลงสนามตลาดมือถือมาก่อน และยังไม่มีแผนการตลาดที่ชัดเจนในมือ

หากโปรเจกต์นี้สำเร็จ โลกกำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยบนหน้าจอ แต่จะเป็น แกนหลักของอุปกรณ์ทุกชิ้นในชีวิตคุณ — ซึ่งนั่นคือทั้งความตื่นเต้นและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน

💬 คำถามส่งท้าย: ถ้า OpenAI ออกมือถือ AI จริง คุณพร้อมจะ "มอบชีวิตประจำวัน" ให้ AI Agent จัดการแทน หรือยังอยากกดแอปฯ เองด้วยมือตัวเองอยู่? และถ้าราคาและความเป็นส่วนตัวโอเค — มีอะไรที่จะทำให้คุณเปลี่ยนใจไม่ซื้อบ้าง?