เนชั่นทีวี

Nation Story

‘Doublet Earthquake’ แผ่นดินไหวซ้อน ที่ล้างบางเมืองได้ใน 40 วินาที!

25 มิ.ย. 2569 | กองบรรณาธิการ Nation STORY

‘Doublet Earthquake’ แผ่นดินไหวซ้อน ที่ล้างบางเมืองได้ใน 40 วินาที!

เมื่อโลกส่งสัญญาณเตือนภัยด้วยเหตุการณ์ "แผ่นดินไหวซ้อน" ภัยพิบัติแบบแพ็กคู่ที่พร้อมกลืนกินเมืองทั้งเมืองในเวลาไม่กี่วินาที

เหตุการณ์แผ่นดินไหวต่อเนื่องที่ประเทศเวเนซุเอลาเพิ่งเจอไปหมาดๆ กำลังสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั่วโลก เพราะแรงสั่นสะเทือนระลอกแรกมาด้วยขนาด 7.2 ก่อนจะถูกซ้ำเติมด้วยความรุนแรงขนาด 7.5 ในเวลาไล่เลี่ยกันเพียงแค่ 40 วินาทีเท่านั้น 

 

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบต่อเนื่องติดๆ กันนี้ เรียกกันว่า "Back-to-back powerful earthquakes" หรือในทางธรณีวิทยาเรียกว่า "Doublet Earthquake" (เหตุการณ์แผ่นดินไหวซ้อน) ซึ่งเป็นภัยธรรมชาติที่อันตรายและคาดเดาได้ยากกว่าระบบอาฟเตอร์ช็อกทั่วไปหลายเท่าตัว 

 

Nation Story สรุปกลไกของมหันตภัยแบบดับเบิ้ลล็อกนี้มาให้ฟังกันง่ายๆ ว่าเกิดจากอะไร ทำไมถึงสร้างความเสียหายได้มากกว่าปกติ และจุดไหนบนแผนที่โลกบ้างที่กำลังเสี่ยงเจอภัยเงียบนี้เข้าเล่นงาน

🔵 [แรงระลอกสองที่คาดเดาไม่ได้: กลไกแผ่นดินไหวซ้อน]

ความน่ากลัวของแผ่นดินไหวซ้อน คือการที่รอยเลื่อนใต้เปลือกโลกเกิดการปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาเป็นระลอกอย่างรวดเร็วบนรอยเลื่อนเดียวกันหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยแผ่นดินไหวลูกแรก หรือที่เรียกกันว่า Foreshock จะเข้าไปเปิดทางหรือกระตุ้นให้รอยเลื่อนอีกส่วนที่อยู่ใกล้กันเกิดการทรุดตัวและปลดปล่อยพลังงานตามมาในทันที ซึ่งอาจใช้เวลาห่างกันเพียงเสี้ยววินาทีไปจนถึงไม่กี่ชั่วโมง 

 

รอบนี้เวเนซุเอลาเจอผลกระทบเต็มๆ จากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนโบโคโน (Bocono Fault) ซึ่งมีลักษณะเป็นรอยเลื่อนตามแนวระนาบเหลื่อมขวา (Right lateral strike slip fault) ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนพังถล่มเสียหายเป็นวงกว้าง 

 

ความรุนแรงครั้งนี้ทำให้หน่วยงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ต้องประกาศเตือนภัย "ระดับสีแดง" ผ่านระบบ PAGER เพื่อประเมินความสูญเสียทันที โดยคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 44% ที่จะมีผู้เสียชีวิตเกิน 10,000 ราย และมีโอกาสอีก 30% ที่ยอดผู้เสียชีวิตอาจพุ่งสูงเกิน 100,000 ราย นับเป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในรอบกว่าศตวรรษของภูมิภาคนี้เลยทีเดียว

🔵 [ทำไมถึงพังยับ? เมื่อโครงสร้างหมดสภาพตั้งแต่ยกแรก]

หากวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้เหตุการณ์แผ่นดินไหวแบบ Doublet Earthquake สร้างความเสียหายได้มหาศาล สรุปออกมาได้ 3 ปัจจัยหลักที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

 

🚩 ตึกสูญเสียความมั่นคงไปแล้ว: แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งแรกอาจจะยังไม่ทำให้อาคารพังลงมาทันที แต่มันได้สร้างรอยร้าวและทำลายความแข็งแรงของโครงสร้างไปเกือบหมด พอเกิดแผ่นดินไหวระลอกสองตามมาซ้ำในทันที ตึกเหล่านั้นจึงพังถล่มลงมาอย่างง่ายดาย โดยเฉพาะโครงสร้างอาคารส่วนใหญ่ในเวเนซุเอลาที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุด อย่างอาคารประเภทก่ออิฐที่ไม่เสริมเหล็ก และแบบก่ออิฐดินเหนียว

🚩 ระบบกู้ภัยเข้าพื้นที่ไม่ได้: เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมกู้ภัยไม่สามารถบุกเข้าไปช่วยเหลือคนในพื้นที่หน้างานได้ทันที เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดแผ่นดินไหวลูกที่สองซ้ำลงมาถล่มทับระหว่างปฏิบัติงาน ทำให้การทำงานซ้อนทับในเวลานั้นต้องหยุดชะงักไปอย่างน่าเสียดาย

🚩 ผลกระทบต่อเนื่องป่วนเมือง: พอดินขยับซ้ำกันสองรอบ ท่อส่งก๊าซในเมืองจะแตกและระบบไฟฟ้าเกิดลัดวงจร จนนำไปสู่เหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ลุกลามทั่วเมือง ซึ่งในทางสถิติแล้ว เหตุไฟไหม้หลังแผ่นดินไหวมักจะคร่าชีวิตคนและทำลายเศรษฐกิจได้รุนแรงกว่าแรงสั่นสะเทือนในตอนแรกเสียอีก

 

🔵 [เปิดแผนที่เสี่ยง: แนวรบวงแหวนแห่งไฟในอเมริกาใต้]

นอกจากเวเนซุเอลาแล้ว ทวีปอเมริกาใต้ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ โดยส่วนใหญ่เกิดจากเขตมุดตัวของเปลือกโลก (Subduction Zone) บริเวณร่องลึกเปรู-ชิลี ซึ่งเป็นจุดที่แผ่นเปลือกโลกนัซกา (Nazca Plate) มุดตัวลงใต้แผ่นอเมริกาใต้ด้วยความเร็วประมาณ 7 เซนติเมตรต่อปี . หากเช็กแนวรอยเลื่อนและเขตมุดตัวสำคัญที่เชื่อมต่อมาจากแนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) มี 4 จุดหลักที่นักวิทยาศาสตร์ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

🚩 ร่องลึกเปรู-ชิลี (Peru-Chile Trench)

จุดกำเนิดแผ่นดินไหวระดับเมกะทรัสต์ (Megathrust) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเคยสร้างประวัติศาสตร์ถล่มเมืองบัลดิเบีย ประเทศชิลี ขนาด 9.5 เมื่อปี ค.ศ. 1960 และแผ่นดินไหวขนาด 8.8 เมื่อปี ค.ศ. 2010

 

🚩 รอยเลื่อนลิกิญเญ-โอฟกิ (Liquine-Ofqui Fault)

แนวรอยเลื่อนตามแนวยาว (Strike-slip fault) ที่พาดผ่านประเทศชิลีตอนใต้ มีความยาวเยียดยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร

 

🚩 รอยเลื่อนเอลติเกร (El Tigre Fault)

ตั้งอยู่ในเทือกเขาพรีคอร์ดีเยรา ประเทศอาร์เจนตินา เป็นรอยเลื่อนเฉียงขนาดใหญ่ที่พาดผ่านในแนวเหนือ-ใต้

 

🚩 รอยต่อแผ่นเปลือกโลกแคริบเบียนและอเมริกาใต้ (Caribbean-South American Plate Boundary)

แนวรอยเลื่อนทางตอนเหนือของทวีปบริเวณประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมักจะก่อให้เกิดความรุนแรงสูงมากเพราะเป็นเขตแผ่นดินไหวที่ต่อเนื่องมาจากแนววงแหวนแห่งไฟนั่นเอง

 

📌 [บทสรุป]

เหตุการณ์แผ่นดินไหวซ้อนในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่าธรรมชาติมีวิธีทำลายล้างที่เหนือความคาดหมายของมนุษย์เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในยุคปัจจุบันจึงไม่อาจมองแค่การหลบภัยจากแรงสั่นสะเทือนระลอกเดียวได้อีกต่อไป 

 

เมื่อโลกใต้พิภพเริ่มขยับตัวถี่ขึ้น มาตรฐานการก่อสร้างอาคารและระบบเตือนภัยในเมืองใหญ่ทั่วโลก คงถึงเวลาที่ต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพื่อให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์นรกซ้ำสองที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

ข่าวล่าสุด