นอกจากการรับมือเหตุฉุกเฉินที่ปลายเหตุแล้ว มูลนิธิฯ ยังเดินหน้าทำงานเชิงรุกเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ต้นเหตุ ประธานมูลนิธิฯ เน้นย้ำถึงความสูญเสียบนท้องถนนที่กระทบมูลค่าทางเศรษฐกิจถึงปีละกว่า 5 แสนล้านบาท จึงเตรียมนำร่องใช้เทคโนโลยี AI และกล้องตรวจจับอัจฉริยะความละเอียดสูง เพื่อกวดขันวินัยจราจร ระบบนี้จะสามารถตรวจจับผู้ไม่สวมหมวกกันน็อก รถยนต์ที่ขาดต่อภาษี หรือรถหาย โดยเชื่อมต่อข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษากฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ วชิรศักดิ์ มีนชัยนันท์ รองประธานมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร กล่าวเสริมถึงการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อความปลอดภัยทางการแพทย์ ว่าปัจจุบันรถพยาบาลของมูลนิธิฯ สามารถมอนิเตอร์และส่งต่อข้อมูลอาการของผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลปลายทางได้โดยตรง ทำให้แพทย์เตรียมการรักษาได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยัง มีแนวคิดที่จะนำรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาใช้เป็นรถพยาบาล ในอนาคต เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและตอบสนองนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดูข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ท้ายที่สุด ความร่วมมือระหว่าง "เนชั่น กรุ๊ป" และ "มูลนิธิกู้ภัยร่มไทร" ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ยกระดับการทำงานของสื่อมวลชนและหน่วยกู้ภัยให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการข้อมูล เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญ เพื่อสร้างสังคมไทยที่ปลอดภัยและน่าอยู่อย่างยั่งยืน