เนชั่นทีวี

Nation Story

When Music Meets Power : โลกในฝันกับสงครามจริง เมื่อ 'Imagine' ของ John Lennon เล่าเรื่องความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

08 มี.ค. 2569

When Music Meets Power : โลกในฝันกับสงครามจริง เมื่อ 'Imagine' ของ John Lennon เล่าเรื่องความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

ลองหลับตาแล้วนึกภาพตามดู…โลกที่ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา ไม่มีอะไรให้ฆ่าฟันกัน นั่นแหละคือใจความสำคัญของเพลง Imagine จาก John Lennon

แต่ถ้าคุณเปิดข่าวโลกดูในตอนนี้ (มีนาคม 2026) คุณอาจรู้สึกว่าเพลงนี้ไม่ได้เป็นแค่บทเพลงเพราะๆ อีกต่อไป แต่มันกำลังเล่าถึงโลกที่ตรงข้ามกับความฝันนั้นอย่างสิ้นเชิง... สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่กำลังลุกโหมไปทั่วตะวันออกกลาง โลกที่แม้จะมีความหวังในสันติภาพ แต่กลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่แทบจะกลืนกินทุกสิ่ง

 

🎶 “Imagine there's no heaven... no hell below us” 🎶

 

เพลงนี้เปิดด้วยเสียงเปียโนใสๆ ราวกับกำลังเชิญชวนให้เราจินตนาการถึงโลกที่ดีกว่า John Lennon เขียนเพลงนี้ขึ้นในปี 1971 ท่ามกลางยุคสงครามเวียดนามที่มีผู้คนล้มตายเป็นล้าน เขาเหมือนกำลังบอกเราว่า ถ้าเพียงแต่เราเลิกยึดติดกับสิ่งที่แบ่งแยกเราออกจากกัน เราก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

 

แต่ในปี 2026 นี้ ประวัติศาสตร์กลับซ้ำรอย สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ลุกลามไปจนถึงเหตุการณ์ลอบสังหารผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี จากนั้นก็เกิดการตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงการโจมตีในกรุงริยาดและเบรุต...ช่างย้อนแย้งที่เสียงดนตรีในเพลงนั้นแสนเรียบง่าย แต่โลกแห่งความเป็นจริงกลับดังกึกก้องไปด้วยเสียงระเบิด

🔵[ไม่มีประเทศ ไม่มีศาสนา – แต่โลกจริงเต็มไปด้วยเส้นแบ่ง]

ในเพลง Lennon ร้องว่า “Imagine no possessions... no need for greed or hunger” แต่ดูสิ ในสงครามครั้งนี้ สหรัฐฯ พูดถึง 'ความมั่นคงของโลก' และ 'การบดขยี้ระบอบก่อการร้าย' อย่างที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศเรียกร้องการยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข (Unconditional Surrender) จากอิหร่าน 

 

ฝ่ายอิหร่านเองก็ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่รัสเซียก็ให้ความช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง และยุโรปต้องส่งกองทัพเข้าไปสมทบ

เส้นแบ่งของประเทศ ศาสนา และอำนาจ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วนับพัน รวมถึงเด็กๆ ในโรงเรียนทางตอนใต้ของอิหร่านที่ถูกโจมตี

 

โลกทั้งใบเหมือนกำลังยืนดูอยู่ข้างทาง ขณะที่มหาอำนาจเหล่านี้ปะทะกันโดยไม่มีใครยอมถอยหลังก่อน เหมือนในเพลงที่บอกให้จินตนาการถึงสันติภาพ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เบื้องหลังสมรภูมิเหล่านั้นคือ ผู้คนธรรมดา ที่ต้องเผชิญกับควันไฟจากโรงกลั่นน้ำมันที่ถูกถล่ม หรือต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน

🔵[โลกที่เป็นหนึ่ง - ความหวังท่ามกลางความขัดแย้ง]

ถึงอย่างนั้น เพลงนี้ก็ไม่ได้มีแต่ความเศร้าล้วนๆ มันยังชวนฝัน และคอยบอกเราว่าสักวันโลกอาจเป็นแบบนั้นได้จริงๆ แม้สหรัฐฯ จะบอกว่าระบอบอิหร่านกำลังพังทลาย แต่การโจมตีของอิหร่านก็ยังทำให้ฐานทัพสหรัฐฯ เสียหายอย่างหนัก และสงครามก็ขยายวงกว้างไปถึงเลบานอนและกลุ่มประเทศแถบอ่าวอาหรับ

 

Imagine สอนให้เรารู้ว่าโลกไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เราสามารถจินตนาการและลงมือทำให้มันดีขึ้นได้ ในสงครามครั้งนี้ เราอาจได้เห็นจุดจบของระบอบเก่า แต่เราก็เห็นถึงความทุกข์ทรมานของผู้คนจริงๆ เช่นกัน

.

บางที การฟังเพลงนี้ซ้ำๆ อาจทำให้เราเข้าใจว่า ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติยังคงมีโอกาสก้าวไปสู่ 'โลกในฝัน' ได้เสมอ ถ้าเราทุกคนร่วมกันจินตนาการ... และมันอาจเริ่มต้นขึ้นได้ตั้งแต่วันนี้ เหมือนเสียงเปียโนตอนท้ายเพลงที่ยังคงดังก้องกังวานต่อไป

 

ถ้าเรื่องราวนี้ทำให้คุณอยากกลับไปฟัง Imagine อีกครั้ง ลองเปิดฟังดู🎧