svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : วิจัยชี้นอนเตียงเดียวกับ “คนรัก” สุขภาพดีขึ้น?!

04 มี.ค. 2569

คุณนอนกับใครทุกคืน? คนรักที่หนุนหมอนใบเดียวกัน หรือหลับคนเดียวเงียบๆ บางคนบอกว่า “นอนกับคนที่รัก เหมือนได้เติมพลังชีวิต” แค่ได้ยินเสียงหายใจก็อุ่นใจ แต่บางคนกลับบอกว่า แยกเตียงสิ หลับลึกกว่า ไม่ถูกรบกวน แล้วแบบไหน “สุขภาพดีกว่า” กันแน่? คำตอบจากงานวิจัย อาจต่างจากที่คุณคิด

🔵 [นอนกับคนที่รัก หลับเร็วขึ้น หลับลึกขึ้น!]


งานวิจัยปี 2022 ในวารสาร Sleep สำรวจผู้ใหญ่กว่า 1,000 คน พบว่า คนที่นอนกับคู่ชีวิต ใช้เวลาหลับสั้นกว่าและมีระยะเวลาการนอนยาวกว่า เมื่อเทียบกับคนที่นอนคนเดียว

ที่น่าสนใจคือ แม้คู่รักไม่อยู่ข้างกาย แค่เอาเสื้อที่อีกฝ่ายเคยใส่มาวางบนหมอน ก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนได้มากกว่า 2%

งานวิจัยจาก University of British Columbia ในปี 2020 พบว่า “กลิ่นของคนรัก” ส่งผลต่อสมองในระดับที่เราไม่รู้ตัว คล้ายผลของฮอร์โมนเมลาโทนิน 

นักวิชาการจาก Uppsala University อธิบายว่า เบื้องหลังความหลับสบาย คือกลไกซับซ้อนระหว่างระบบประสาท ฮอร์โมน และอารมณ์ 

🔵 [นอนเตียงเดียวกัน มี 4 ข้อดี!]


อย่างแรกคือ วงจรการนอนยาวขึ้น งานวิจัยปี 2023 ในวารสารลูกของ Nature พบว่า คู่รักที่นอนด้วยกัน มีวงจรการนอนที่ยาวและสอดคล้องกันมากขึ้น แม้บางครั้งเสียงกรนจะรบกวน แต่การอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน ช่วยให้จังหวะตื่น-หลับ “ซิงค์” กันได้ดีขึ้น

🔵 [ต่อมาคือช่วย “สร้างวินัยการนอน”]


คู่รักที่อยู่ด้วยกันนานๆ มักพัฒนาจังหวะชีวิตที่คล้ายกัน เมื่อคนหนึ่งวางมือถือ ปิดไฟ อีกคนก็มักทำตาม สัญญาณการนอนจึงสอดประสานกัน ช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพให้เสถียร

🔵 [อารมณ์ลบน้อยลง]


งานวิจัยเดียวกันใน Sleep พบว่า คนที่นอนกับคู่รัก มีคะแนนความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และความเครียดต่ำกว่าคนที่นอนคนเดียว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือคนที่มีความสัมพันธ์ในครอบครัวไม่มั่นคง การได้นอนข้างใครสักคน ช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวได้มาก

🔵 [สุดท้ายคือ “ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น”]


กลางวันเราอาจไม่มีเวลาคุยกันมากนัก แต่กลางคืนบนเตียงเดียวกัน กลายเป็นพื้นที่พูดคุยที่สำคัญ และบางครั้ง ความใกล้ชิดเล็กๆ คือรากฐานของความสัมพันธ์ระยะยาว

แล้วเมื่อไหร่ควรแยกเตียง? แม้งานวิจัยชี้ข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีกรณีที่ “แยกเตียง” อาจเหมาะกว่า สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพรบกวนการนอน วัยกลางคนขึ้นไป รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป เช่น ลุกเข้าห้องน้ำบ่อย หรือมีอาการนอนไม่หลับ รวมถึงเสียงกรนหนัก กัดฟัน หรือพูดละเมอ กรณีนี้แยกเตียงอาจทำให้ทั้งคู่ได้พักผ่อนดีกว่า

ในมุมจิตวิทยา แม้เป็นคู่รัก แต่แต่ละคนก็ยังเป็น “ปัจเจก” การมีพื้นที่ของตัวเอง ช่วยรักษาสมดุลทางอารมณ์

อย่างไรก็ตาม เหมาะกับคู่ที่มีความผูกพันแบบปลอดภัย สำหรับคู่ที่มีความกังวลหรือหลีกเลี่ยงการผูกพันการแยกห้องนอน อาจกระทบความใกล้ชิดได้

และหากว่าใครคนนึงมีโรคติดต่อ เช่น ไข้หวัด หรือโรคผิวหนัง ควรแยกเตียงเพื่อลดการแพร่เชื้อ เพราะสุขภาพต้องมาก่อน

สุดท้ายแล้ว จะนอนด้วยกัน หรือแยกเตียง ไม่มีสูตรสำเร็จ สิ่งสำคัญคือ ทั้งสองฝ่าย “รู้สึกสบาย” เพราะต่อให้นอนเตียงเดียวกัน แต่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง คุณภาพการนอนก็ไม่ดีขึ้น ความสัมพันธ์ที่ดี ต่างหากคือพื้นฐานของการหลับสบาย!