"กรรมการสรรหาไม่ได้ต้องการให้หน่วยงานใดมารับรองว่าเอกสารสมบูรณ์หรือไม่ แต่เราต้องการข้อมูลและหลักฐานที่เคยตรวจสอบมาแล้ว เพื่อใช้ดุลพินิจเอง ปัญหาคือทำไมเอกสารสำคัญเหล่านี้ถึงไม่ถูกส่งมาให้พิจารณาตั้งแต่ต้น" — แหล่งข่าวระดับสูงในรัฐสภากล่าวด้วยความอัดอั้น
🔵 [เบื้องหลัง "กำแพงราชการ" ปัญหาธุรการจริงหรือมีนัยการเมือง?]
หากเราเจาะลึกเข้าไปในปมปฏิเสธของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า รายงานของ กมธ. ICT ที่ตรวจสอบปมคุณสมบัติของ นพ.สรณ ไว้อย่างละเอียดนั้น แท้จริงแล้วเสร็จสมบูรณ์ในระดับกรรมาธิการนานแล้ว แต่กลับ "ไม่เคยถูกบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมวุฒิสภา" ในสมัยที่ ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานวุฒิสภา
เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงช่องโหว่ทางกฎหมายและระบบราชการไทยในการตรวจสอบจริยธรรมผู้บริหารระดับสูงอย่างไรบ้าง?
เรื่องนี้ทำให้ ดร.วิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาฯ แสดงความไม่พอใจอย่างมาก เพราะมองว่าหากเป็นเอกสารสำคัญและกลัวรั่วไหล ก็ควรส่งมาในลักษณะ "เอกสารลับ" ให้กรรมการใช้ดุลพินิจ ไม่ใช่เลือกที่จะปิดกั้นข้อมูลทั้งหมด
🔵 [เกมรุกนอกระบบ: เมื่อภาคประชาชนบุกยื่นหลักฐานตรงถึงมือบอร์ด]
เมื่อระบบธุรการปกติส่อแววจะกลายเป็นทางตัน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ (สร.ทช.) และเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง จึงตัดสินใจเดินเกมรุกด้วยการ "ยื่นหนังสือและเอกสารตรง" ถึงมือบอร์ดสรรหาที่เหลือทั้ง 6 คน เพื่อเลี่ยงปัญหาเอกสารตกค้างในระบบราชการ