เนชั่นทีวี

Nation Story

OPINION : นัดหยุดโลก! “ทรัมป์-สีจิ้นผิง” เผชิญหน้ากลางไฟสงคราม

10 พ.ค. 2569

OPINION : นัดหยุดโลก! “ทรัมป์-สีจิ้นผิง” เผชิญหน้ากลางไฟสงคราม

“ผมเฝ้ารอการพบกันรอบนี้ นี่คือทริปที่สำคัญอย่างมาก และผมจะย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังเป็นผู้นำด้านเอไอ” นี่คือคำกล่าวสั้นๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนที่เขาจะเดินทางไปพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงที่กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้

หลังจากต้องเลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน โดยสหรัฐฯ อ้างว่าต้องขอขยับออกไป 6 สัปดาห์เพราะกำลังง่วนอยู่กับสงครามอิหร่านที่เพิ่งเปิดฉากได้ไม่นานในขณะนั้น

 

กลายเป็นว่ามาจนถึงวันนี้สงครามอิหร่านก็ยังคงไม่จบลงแบบสมบูรณ์ แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงแล้วก็ตาม แต่ดูจากความเคลื่อนไหวของเครื่องบินขนส่งของกองทัพสหรัฐฯ ที่ลงจอดที่ประเทศจีนล่วงหน้า และรถประจำตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ “เดอะ บีสต์” ที่มีผู้พบเห็นบนถนนในกรุงปักกิ่งแล้ว งานนี้นัดหยุดโลกจะไม่มีทางเลื่อนอีกรอบแน่นอน

 

🔵[ครั้งแรกในรอบ 8 ปี]

แม้ทรัมป์กับสีจะหารือกันทางโทรศัพท์มาหลายครั้ง แต่เสียงที่ส่งผ่านปลายสายย่อมไม่สามารถสร้างความไว้วางใจได้เท่ากับการจับมือและจับเข่าคุยแบบเห็นหน้ากันตัวเป็นๆ ซัมมิตนี้จึงถือเป็นครั้งที่ 2 ในสมัยที่สองของทรัมป์ และครั้งแรกในรอบ 8 ปีที่ทรัมป์เดินทางเยือนประเทศจีน ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ ภายในปีนี้ฝ่ายสีก็จะเดินทางมาเยือนสหรัฐฯ เช่นกัน

การพบกันครั้งล่าสุดนอกรอบการประชุมเอเปคที่ประเทศเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว บรรยากาศช่างแตกต่างกันกับปัจจุบัน ขณะนั้นเรื่องใหญ่ที่สุดก็คือสงครามการค้าที่ประกอบไปด้วยกำแพงภาษีและมาตรการตอบโต้ที่ทั้งสองฝ่ายต่างสาดใส่กันไม่ยั้ง โดยเฉพาะเรื่องแรร์เอิร์ธและชิปเอไอ

 

🔵[รับมือ 2 ทาง “สงครามอิหร่าน”]

มาคราวนี้เรื่องใหญ่ที่สุดกลับไม่ใช่สงครามการค้า แต่เป็นสงครามของจริงที่เกิดขึ้นในอิหร่านมานานเกือบ 3 เดือนแล้ว ซึ่งจีนแม้ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง แต่ก็คือผู้ได้รับผลกระทบเบอร์ต้น จากการที่จีนนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านและชาติในตะวันออกกลาง เท่ากับสหรัฐฯ ตัดท่อน้ำเลี้ยงจีนด้วยการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ แถมยังออกมาตรการกดดันด้วยการคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันจีนที่ถูกกล่าวหาว่ากลั่นน้ำมันของอิหร่าน แต่จีนกลับไม่สน งัดกฎหมายที่ออกมาเมื่อ 5 ปีก่อนมาใช้เป็นครั้งแรก ประกาศให้โรงกลั่นทุกแห่งไม่ต้องทำตามคำสั่งสหรัฐฯ เพราะจีนถือว่าขัดกับหลักสากล

 

จีนซึ่งแสดงบทบาทพระเอกมาตั้งแต่ต้นด้วยการเรียกร้องให้เจรจาเพื่อยุติสงครามกำลังต้องรับมือ 2 ทาง ทั้งจากสหรัฐฯ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐมนตรีคลังได้ออกมาเรียกร้องให้จีนใช้อำนาจที่ตัวเองมีกดดันอิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านก็หวังพึ่งจีนในฐานะมหามิตร โดยอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศได้เดินสายเยือนนานาชาติในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งปากีสถาน โอมาน รัสเซีย และคนล่าสุดก็คือ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนปาดหน้าก่อนทรัมป์ 1 สัปดาห์

🔵[สงครามการค้า...รีเทิร์น]

แต่ใช่ว่าสงครามอิหร่านจะกลบวาระด้านการค้าไปเสียทั้งหมด เพราะหลังจากที่ศาลสูงสหรัฐฯ ให้กำแพงภาษีเป็นโมฆะไป รัฐบาลทรัมป์ก็เริ่มต้นใหม่ด้วยการใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าตรวจสอบ 16 ประเทศ รวมทั้งจีนและไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมและเสี่ยงเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างตั้งกำแพงภาษีอีกรอบได้

 

ด้านจีนไม่อยู่เฉย สั่งสอบประเทศที่ใช้มาตรการเลือกปฏิบัติและบ่อนทำลายห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ยังไฟเขียวใช้มาตรการตอบโต้ “ประเทศที่ใช้เขตอำนาจศาลนอกอาณาเขตโดยมิชอบ” โดยมีรายงานว่าจีนได้เริ่มเจรจาเบื้องต้นกับผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ และกำลังพิจารณาจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังสหรัฐฯ

 

🔵[“ไต้หวัน” ใครอย่าแตะ!]

ในการพบกันคราวที่แล้วเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการเอ่ยถึงประเด็นไต้หวัน แต่มาคราวนี้มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เปรยไว้ในการแถลงข่าวเมื่อวันก่อนว่า ทรัมป์จะหยิบยกเรื่องไต้หวันขึ้นหารืออย่างแน่นอน ขณะที่ทรัมป์เปรยว่า เขาจะหยิบยกเรื่อง จิมมี ไล ขึ้นหารือกับสีอีกครั้ง โดยอดีตเจ้าพ่อวงการสื่อฮ่องกงผู้นี้ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ในข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติและยุยงปลุกปั่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

.

แต่ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ ได้ปรึกษาจีนก่อนหรือเปล่า เพราะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่า ปัญหาไต้หวันเป็นหัวใจสำคัญของผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดังนั้นสหรัฐฯ ต้องยึดมั่นใน“หลักการจีนเดียว” และแถลงการณ์ร่วมระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทั้งสามฉบับ

.

ในรอบเดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ของไต้หวันได้กลับมาตึงเครียดหลังประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เจอมาตรการสกัดในการเดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศเดียวในแอฟริกาที่ยังคงรับรองไต้หวันเป็นประเทศ โดยประเทศรายล้อมไม่ยอมให้เครื่องบินของผู้นำไต้หวันใช้น่านฟ้า ทำให้สุดท้ายไล่ ชิงเต๋อ ต้องใช้บริการเครื่องของเอสวาตินีจึงจะเข้าประเทศได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุลักทุเลสวนทางกับผู้นำพรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งที่เดินทางเยือนจีนอย่างราบรื่นและอบอุ่น

.

🔵[“เอไอ” ประเด็นร้อน]

อีกหนึ่งประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกมาหารืออย่างจริงจังก็คือ “เอไอ” ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจโลกอย่างก้าวกระโดด โดยสหรัฐฯ และจีนต่างก็กำลังพัฒนาเครื่องมือเอไอของตัวเองอย่างเข้มข้นเพื่อช่วงชิงการเป็นผู้นำ จึงมีรายงานว่าในการพบกันครั้งนี้ จะมีการหารือระดับรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องเอไออย่างเป็นทางการ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทรัมป์ถึงรีบเอ่ยถึงเอไออย่างรวดเร็วและรีบเคลมว่าสหรัฐฯ คือผู้นำที่แท้จริง

ทั้งหมดนี้คือเรื่องใหญ่ที่คาดว่าทั้งสองผู้นำจะใช้เวทีประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ในการชิงไหวชิงพริบกัน ส่วนผลการเจรจาจะออกมาเป็นรูปธรรมแค่ไหน เพื่อเป็นผลงานที่จับต้องได้ของทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปลายปีนี้ หรือจะมีดีลที่ช่วยให้จบสงครามอิหร่านได้เร็วขึ้นหรือไม่ นับถอยหลังอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งโลกจะได้รู้พร้อมกัน...งานนี้อาจมีเซอร์ไพรส์ก็เป็นได้ครับ!