🔵[สงครามการค้า...รีเทิร์น]
แต่ใช่ว่าสงครามอิหร่านจะกลบวาระด้านการค้าไปเสียทั้งหมด เพราะหลังจากที่ศาลสูงสหรัฐฯ ให้กำแพงภาษีเป็นโมฆะไป รัฐบาลทรัมป์ก็เริ่มต้นใหม่ด้วยการใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าตรวจสอบ 16 ประเทศ รวมทั้งจีนและไทย ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อกล่าวหาว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมและเสี่ยงเป็นเหตุให้สหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างตั้งกำแพงภาษีอีกรอบได้
ด้านจีนไม่อยู่เฉย สั่งสอบประเทศที่ใช้มาตรการเลือกปฏิบัติและบ่อนทำลายห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนี้ยังไฟเขียวใช้มาตรการตอบโต้ “ประเทศที่ใช้เขตอำนาจศาลนอกอาณาเขตโดยมิชอบ” โดยมีรายงานว่าจีนได้เริ่มเจรจาเบื้องต้นกับผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ และกำลังพิจารณาจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงไปยังสหรัฐฯ
🔵[“ไต้หวัน” ใครอย่าแตะ!]
ในการพบกันคราวที่แล้วเป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีการเอ่ยถึงประเด็นไต้หวัน แต่มาคราวนี้มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้เปรยไว้ในการแถลงข่าวเมื่อวันก่อนว่า ทรัมป์จะหยิบยกเรื่องไต้หวันขึ้นหารืออย่างแน่นอน ขณะที่ทรัมป์เปรยว่า เขาจะหยิบยกเรื่อง จิมมี ไล ขึ้นหารือกับสีอีกครั้ง โดยอดีตเจ้าพ่อวงการสื่อฮ่องกงผู้นี้ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ในข้อหาสมคบคิดกับต่างชาติและยุยงปลุกปั่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
.
แต่ไม่รู้ว่าสหรัฐฯ ได้ปรึกษาจีนก่อนหรือเปล่า เพราะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่า ปัญหาไต้หวันเป็นหัวใจสำคัญของผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดังนั้นสหรัฐฯ ต้องยึดมั่นใน“หลักการจีนเดียว” และแถลงการณ์ร่วมระหว่างจีนและสหรัฐฯ ทั้งสามฉบับ
.
ในรอบเดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ของไต้หวันได้กลับมาตึงเครียดหลังประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ เจอมาตรการสกัดในการเดินทางเยือนเอสวาตินี ประเทศเดียวในแอฟริกาที่ยังคงรับรองไต้หวันเป็นประเทศ โดยประเทศรายล้อมไม่ยอมให้เครื่องบินของผู้นำไต้หวันใช้น่านฟ้า ทำให้สุดท้ายไล่ ชิงเต๋อ ต้องใช้บริการเครื่องของเอสวาตินีจึงจะเข้าประเทศได้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุลักทุเลสวนทางกับผู้นำพรรคฝ่ายค้านก๊กมินตั๋งที่เดินทางเยือนจีนอย่างราบรื่นและอบอุ่น
.
🔵[“เอไอ” ประเด็นร้อน]
อีกหนึ่งประเด็นที่คาดว่าจะถูกหยิบยกมาหารืออย่างจริงจังก็คือ “เอไอ” ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจโลกอย่างก้าวกระโดด โดยสหรัฐฯ และจีนต่างก็กำลังพัฒนาเครื่องมือเอไอของตัวเองอย่างเข้มข้นเพื่อช่วงชิงการเป็นผู้นำ จึงมีรายงานว่าในการพบกันครั้งนี้ จะมีการหารือระดับรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่องเอไออย่างเป็นทางการ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทรัมป์ถึงรีบเอ่ยถึงเอไออย่างรวดเร็วและรีบเคลมว่าสหรัฐฯ คือผู้นำที่แท้จริง
.
ทั้งหมดนี้คือเรื่องใหญ่ที่คาดว่าทั้งสองผู้นำจะใช้เวทีประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์ในการชิงไหวชิงพริบกัน ส่วนผลการเจรจาจะออกมาเป็นรูปธรรมแค่ไหน เพื่อเป็นผลงานที่จับต้องได้ของทรัมป์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมช่วงปลายปีนี้ หรือจะมีดีลที่ช่วยให้จบสงครามอิหร่านได้เร็วขึ้นหรือไม่ นับถอยหลังอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทั้งโลกจะได้รู้พร้อมกัน...งานนี้อาจมีเซอร์ไพรส์ก็เป็นได้ครับ!