ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

ทร.งัดข้อมูล 'แก้เกม' ซีพีประมูลอู่ตะเภา

213 6

ศาลปกครองสูงสุดจะออกนั่งบัลลังก์นัดแรกวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เพื่อพิจารณาคดีฟ้องร้องระหว่างกลุ่มซีพีและกองทัพเรือ ในโครงการประมูลสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 2.9 แสนล้านบาท ติดตามจากรายงาน

โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก หรือ Eastern Airport City วงเงิน 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งกองทัพเรือเปิดให้ยื่นซองประมูลตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะผ่านไปกว่า 7 เดือนแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ข้อยุติในเร็ววัน หลังจากหนึ่งในกลุ่มผู้เข้าประมูล คือ กลุ่มกิจการค้าร่วมบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี ใช้กระบวนการทางศาลเป็นเวทีในการต่อสู้ เนื่องจากยื่นเอกสารประมูลบางส่วนไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด โดยให้เหตุผลว่าการจราจรติดขัด ในขณะที่ผู้เข้าประมูลอีก 2 ราย ไม่มีปัญหาเรื่องการจราจร

ล่าสุด คดีฟ้องร้องระหว่างกลุ่มซีพีและคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ ซึ่งมีผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็นประธาน ผ่านพ้นขั้นตอนศาลปกครองกลาง จนมาถึงศาลปกครองสูงสุดแล้ว โดยในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ศาลปกครองสูงสุดจะนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีเป็นครั้งแรก

สำหรับแนวทางการต่อสู้คดีของกองทัพเรือ คาดว่าจะเป็นการหักล้างข้อมูลของกลุ่มซีพี ซึ่งกองทัพเรือเห็นว่าคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง รวมทั้งการตอกย้ำว่ากำหนดการปิดรับซองข้อเสนอเวลา 15.00 น. ถือเป็นสาระสำคัญในการประมูล เพราะเป็นเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารคัดเลือกเอกชน ที่เรียกว่า Request for Proposal หรือ RFP

หากคณะกรรมการคัดเลือกฯ ผ่อนปรนให้ผู้เข้าประมูลรายใดรายหนึ่ง อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้เข้าประมูลรายอื่นๆ เพราะสามารถประเมินสถานการณ์ในการแข่งขันได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการตัดสินแพ้ชนะในการประมูล และที่สำคัญเอกสารส่วนหนึ่งที่กลุ่มซีพียื่นเกินเวลาที่กำหนด คือข้อเสนอด้านราคา หรือตัวเลขผลตอบแทนที่เอกชนจะเสนอให้ภาครัฐตลอดอายุสัญญา

ในขณะที่ผู้เข้าประมูลอีก 2 ราย ที่ได้รับการเปิดซองราคาไปแล้ว คือ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส จอยท์เวนเจอร์ และกลุ่มแกรนด์ คอนซอร์เทียม ต่างเห็นตรงกันว่า กำหนดปิดรับซองประมูลในเวลา 15.00 น. เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และผู้เข้าประมูลทั้ง 2 กลุ่มได้ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด หากภาครัฐไม่ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐเป็นผู้กำหนดไว้เอง ย่อมมีผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ และอาจกระทบต่อการตัดสินใจของนักลงทุนในการเข้าประมูลงานรัฐในอนาคต รวมทั้งอาจขัดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 อีกด้วย

ที่ผ่านมา กลุ่มบีบีเอส จอยท์เวนเจอร์ และกลุ่มแกรนด์ คอนซอร์เทียม ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการคัดเลือกฯ เพื่อเรียกร้องให้ได้รับการพิจารณาอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมในการเสนอราคาประมูล ภายใต้เงื่อนไขและกฎเกณฑ์เดียวกัน

คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดในคดีอู่ตะเภา จะถือเป็นที่สิ้นสุดและทุกฝ่ายต้องยอมรับและปฎิบัติตาม แต่สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและครบถ้วนต่อศาล อย่าให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว หรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์เฉพาะฝ่ายตัวเอง เพื่อสร้างความได้เปรียบ แต่ไม่แฟร์กับคู่แข่ง ที่สำคัญคือต้องเล่นตามกติกา อย่าใช้ Connection มาสร้างอภิสิทธิ์เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ และต้องจับตาว่าผลการต่อสู้ในคดีนี้จะจบอย่างไร เพราะจะถือเป็นบรรทัดฐาน เรื่องกรอบระยะเวลาในการประมูลงานภาครัฐในอนาคต

ทีมข่าวเศรษฐกิจ เนชั่นทีวี รายงาน


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์