คดีคลุมถุงซ้อมทรมาน ที่เกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว คดีนี้เกิดขึ้นที่ จ.ปราจีนบุรี เหยื่อเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.6 ถูกตำรวจจับกุมตัวในข้อหาชิงสร้อยคอทองคำ และถูกสอบสวนในห้องมืด ถูกถุงดำคลุมหัว ถึง 4 ชั้น แม้คดีนี้ เขาจะรอดตาย แต่ชีวิตของเขาเหมือนตายทั้งเป็น

ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ยื่นฟ้องตำรวจ 7 นาย โดยคำฟ้องสรุปความว่า เมื่อส่งมอบตัวโจทก์ให้จำเลยที่ 3 กับพวกคุมตัวโจทก์ไปที่ห้องของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี แล้วลงมือทำร้ายโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 5 ใช้เท้าเหยียบสีข้าง
ลำตัวโจทก์ กับมีจำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 6 รู้เห็นเหตุการณ์ตลอด เมื่อโจทก์ถูกทรมานจนทนไม่ไหว
จึงยอมรับสารภาพเพื่อเอาชีวิตรอด

สืบสวนความจริง | ย้อนรอย อีกหนึ่งคดี คลุมถุงดำ ซ้อมทรมาน part 1

สืบสวนความจริง | ย้อนรอย อีกหนึ่งคดี คลุมถุงดำ ซ้อมทรมาน part 1 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษา ว่า คดีฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยที่ 3 (ยศพันตำรวจตรี) ทำร้ายโจทก์ และเมื่อข้อเท็จจริง
ได้ความว่าจำเลยที่ 3 เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญา ในระหว่างสอบสวนโจทก์ ได้หน่วงเหนี่ยว กักขังโจทก์ ทำร้ายโจทก์เพื่อให้โจทก์ยอมรับสารภาพ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์

ศาลพิพากษาว่า จำเลยที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157(เดิม),200 วรรคสอง (เดิม), 295 (เดิม), 296 (เดิม), 309 วรรคสอง (เดิม), 310 วรรคหนึ่ง (เดิม) ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนคดีอาญากระทำการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 9 จำคุก 2 ปี และปรับ 12,000 บาท คำให้การของจำเลยที่ 3 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน และปรับ 8,000 บาท 

เมื่อคำนึงถึงประวัติ อาชีพ และสภาพความผิดแล้ว ทั้งไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 3 ได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษเพื่อให้โอกาสจำเลยที่ 3 กลับตัวภายในระยะเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ศาลพิพากษา