เนชั่นทีวี

Lifestyle

สธ. ย้ำเฝ้าระวังไข้หวัดนก H5N1 หลังสหรัฐพบผู้ติดเชื้อจากโคนมเป็นรายที่ 2

27 พ.ค. 2567 | warunee_man

สธ. ย้ำเฝ้าระวังไข้หวัดนก H5N1 หลังสหรัฐพบผู้ติดเชื้อจากโคนมเป็นรายที่ 2

กรมควบคุมโรค เผยแนวโน้มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถแพร่เชื้อไข้หวัดนก (H5N1) สู่คนได้ ย้ำเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตาย หากมีอาการคล้ายไข้หวัด ไอ มีน้ำมูก หายใจเหนื่อยหอบ ตาแดง หลังสัมผัสสัตว์หรือสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ ให้รีบไปพบแพทย์

สถานการณ์โรคภัยยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกองโรคติดต่อทั่วไป สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยรายงานข้อมูลของศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (US CDC) หลังพบผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ในรัฐมิชิแกน  ซึ่งคาดว่าติดเชื้อจากโคนมในฟาร์มเป็นรายที่ 2 ของประเทศ

รายงานการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ล่าสุด

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค

นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เปิดเผยถึงกรณีมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าติดเชื้อจากการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของ "โคนม" ในฟาร์มที่รัฐมิชิแกน นับเป็นรายที่ 2 ของสหรัฐ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกจากโคนมเป็นรายแรกของประเทศ ที่รัฐเท็กซัส จากการแพร่เชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ครั้งนั้น ถึงแม้จะพบได้ยาก แต่ถือเป็นกรณีแรกที่มีแนวโน้มว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสามารถแพร่เชื้อไปยังคนได้ จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

โรคไข้หวัดนกระบาดในไทยครั้งสุดท้ายปี 2547

สำหรับสถานการณ์ไข้หวัดนกในประเทศไทย พบการแพร่ระบาดของโรคไข้ไหวัดนกครั้งสุดท้ายในคนเมื่อปี 2547 หลังจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมควบคุมโรค กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่องทั้งในคน สัตว์ และสัตว์ป่า รวมทั้งติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกในประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ จากการประสานงานกับกรมปศุสัตว์ทราบว่า ประเทศไทย “ไม่มีการนำเข้าโคนมจากสหรัฐ”  จึงประเมินได้ว่าประเทศไทยมีความเสี่ยงของการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดนกจากสถานการณ์ดังกล่าวในระดับต่ำ

สธ. ย้ำเฝ้าระวังไข้หวัดนก H5N1 หลังสหรัฐพบผู้ติดเชื้อจากโคนมเป็นรายที่ 2

มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดนกในประเทศไทย กรมควบคุมโรค มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการดังนี้

1) กรมควบคุมโรค มีความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล รวมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา เพื่อเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกในคนและสัตว์ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง

2) ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค กรมควบคุมโรค เพื่อพิจารณามาตรการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ

3) ประสานกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องความร่วมมือการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรคภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One health) เพื่อหารือและเตรียมความพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โรคอุบัติใหม่หรืออุบัติซ้ำต่อไป

6 ข้อแนะนำให้ประชาชนป้องกันตนเองขากโรคไข้หวัดนก

ทางด้าน นายแพทย์อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ถึงแม้ว่าประเทศไทยไม่พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดนกมานาน แต่ประเทศเพื่อนบ้านยังมีการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดนกในคนและสัตว์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้ประชาชนมีการป้องกันตนเอง ดังนี้

1) หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกที่มีอาการป่วยหรือตาย

2) ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาดโดยเฉพาะหลังสัมผัสกับสัตว์ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก ขณะใกล้ชิดกับสัตว์

3) หากพบสัตว์ปีกป่วยตายผิดปกติ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ใกล้บ้านทันที และสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด

4) ห้ามนำสัตว์ปีกป่วยตายมาปรุงอาหารเด็ดขาด

5) การรับประทานเนื้อสัตว์ปีกและไข่ต้องปรุงสุก สะอาด

6) หากมีอาการคล้ายไข้หวัด ได้แก่ ไข้ ไอ มีน้ำมูก หายใจหอบเหนื่อย หรือมีตาแดงอักเสบ หลังสัมผัสกับสัตว์หรือสิ่งคัดหลั่งของสัตว์ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมกับแจ้งประวัติการสัมผัสสัตว์ให้แพทย์ทราบ โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 1422 สายด่วนกรมควบคุมโรค

 

ข่าวล่าสุด