60+ Earth Hour 2024
สำหรับในปี 2024 นี้ กรุงเทพมหานครได้เชิญชวนประชาชน ผู้ประกอบการ ร้านค้า และทุกภาคส่วนร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ในกิจกรรม “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour 2024)” ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2024 ระหว่างเวลา 20.30 - 21.30 น.
เพื่อร่วมแสดงพลังในการปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน ลดการใช้เครื่องปรับอากาศ เพื่อลดการใช้พลังงาน และลดปัญหาภาวะโลกร้อน
การร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์
นอกจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว กรุงเทพมหานครยังได้ประสานสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ เข้าร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่
- พระบรมมหาราชวัง (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม)
- วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
- สะพานพระราม 8
- เสาชิงช้า
- ภูเขาทอง (วัดสะเกศราชวรมหาวิหาร)
รวมพลังผ่านโซเชียล
โดยแนวทางการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทุกหน่วยงานที่เข้าร่วมกิจกรรมจะสื่อสารในทิศทางเดียวกันกับที่องค์การ WWF กำหนด คือใช้แฮชแท็ก #EarthHour #BiggestHourForEarth #MyHourForEarth เพื่อร่วมเชื่อมโยงคนทั้งโลกและแสดงให้เห็นศักยภาพของชาวไทย
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA) ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานส่งเสริมการลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อสร้างความร่วมมือให้เป็นไปอย่างยั่งยืน พร้อมได้มีการรวบรวมผลการดำเนินงานของทุกหน่วยงาน นำข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุป และแสดงผลการดำเนินงานเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักสิ่งแวดล้อม เพื่อแบ่งปันข้อมูลผลการดำเนินงานให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบและเป็นตัวอย่างในการดำเนินกิจกรรมต่อไปในอนาคต
โดยผลการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ 25 หน่วยงาน ในปี 2564 เท่ากับ 23,828.7 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) และในปี 2565 มีภาคีเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็น 30 หน่วยงาน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เท่ากับ 26,975.9 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นการการดำเนินงาน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการขนส่งมวลชน 2. ด้านพลังงาน 3. ด้านพื้นที่สีเขียว และ 4. ด้านการจัดการขยะมูลฝอย
“ในการนี้ กรุงเทพมหานครขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมปิดไฟ หรือปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในอาคารสำนักงานและในบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง ในวันเสาร์ที่ 23 มีนาคม 2567 ระหว่างเวลา 20.30 - 21.30 น. เพื่อร่วมแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ในการลดการใช้พลังงานและลดปัญหาภาวะโลกร้อนไปพร้อมกับ 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าไฟภายในบ้าน ช่วยชาติประหยัดพลังงาน ประหยัดงบประมาณ และช่วยรักษ์โลกรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน” รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าว
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของแคมเปญนี้ จริงๆ คงไม่ใช่จำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง แต่เป็นการสร้างความตระหนักรู้ และการให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญในการมาช่วยปกป้องโลก ลดโลกร้อน เพราะจริงๆ แล้ว โลกคือบ้านหลังเดียวของเรา และเรื่องแค่นี้หากร่วมกันทำ ทำได้ซ้ำๆ โลกใบนี้ก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้น