เลขาธิการ ศอ.บต. ปลุกชาวถ้ำทะลุใช้กีฬา-ศรัทธา ปราบยาเสพติด
15 เม.ย. 2569

เลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำชัด! ยาเสพติดกลัว "ครอบครัวที่รักกัน" ปลุกชาวถ้ำทะลุใช้กีฬา-ศรัทธา สร้างพื้นที่ปลอดภัย
ข่าว
15 เม.ย. 2569

เลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำชัด! ยาเสพติดกลัว "ครอบครัวที่รักกัน" ปลุกชาวถ้ำทะลุใช้กีฬา-ศรัทธา สร้างพื้นที่ปลอดภัย
ท่ามกลางหุบเขาและผืนป่าที่โอบล้อมตำบลถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา ภาพของเยาวชนและชาวบ้านนับร้อยชีวิตที่มารวมตัวกันในสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ถ้ำทะลุ ไม่ได้เป็นเพียงการมาเพื่อชิงชัยในเชิงกีฬาเท่านั้น แต่คือภาพสะท้อนของ "ยุทธศาสตร์ทางใจ" ในพื้นที่ความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพากำลังทหาร มาเป็นการใช้พลังชุมชนเป็นเกราะป้องกันภัยแทรกซ้อน
มหกรรมแข่งขันกีฬาต้านภัยยาเสพติด ประจำปีงบประมาณ 2569 ที่จัดขึ้นโดย อบต.ถ้ำทะลุ ในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการดึงเยาวชนออกจากกลุ่มเสี่ยง ข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า พื้นที่บันนังสตา ยังคงเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่รัฐต้องเฝ้าระวัง ทั้งเรื่องสถานการณ์ความไม่สงบและปัญหายาเสพติด ที่มักระบาดในกลุ่มวัยแรงงานและเยาวชน
การใช้ "กีฬา" จึงเป็นเครื่องมือสากลที่เข้าถึงง่ายที่สุดในการสร้าง "ภูมิคุ้มกันหมู่" โดยวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานคือ สร้างความเข้มแข็งทางกายภาพ เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงห่างไกลจากภาวะพึ่งพาสารเสพติด ปลูกฝังวินัยเชิงบวก ใช้กฎกติกาการแข่งขันสร้างความรับผิดชอบและความเสียสละ ถักทอความสามัคคี ลดช่องว่างระหว่างวัยและหมู่บ้าน สร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็ง
ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ที่ถ้อยแถลงของ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานด้วยตัวเอง ซึ่งคำกล่าวของเขาได้รับความสนใจและถูกพูดถึงอย่างมากในแง่ของจิตวิทยาทางสังคม
"ผมดีใจที่เห็นคนถ้ำทะลุเห็นคุณค่าของการใช้เวลาว่างผ่านกีฬา เพราะความจริงที่พวกเราต้องยอมรับคือ ยาเสพติดมันไม่กลัวกฎหมาย ไม่กลัวตำรวจ แต่มันกลัวครอบครัวที่รักกัน กลัวสังคมที่มีความสามัคคี"
เลขาธิการ ศอ.บต. ขยายความว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุที่จะทำให้ยาเสพติดเจาะไม่เข้า คือ "สถาบันครอบครัว" หากพ่อแม่ลูกมีกิจกรรมร่วมกัน มีความเข้าใจกัน ยาเสพติดจะไม่มีที่ยืนในบ้านหลังนั้น และเมื่อบ้านหลายหลังเข้มแข็ง ตำบลก็จะกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยปริยาย
นอกจากการเปิดงานกีฬา อีกหนึ่งภาพลักษณ์ที่น่าสนใจคือ การที่เลขาธิการ ศอ.บต. เดินทางไปร่วมกราบไหว้ เจ้าแม่พระโพธิสัตว์กวนอิม-ศาลเจ้าแม่ฮุดโจ้ว-ศาลเจ้าโลกิเตศวรกวนอิม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวถ้ำทะลุ
การลงพื้นที่ศาลเจ้าในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติภารกิจตามตารางงาน แต่คือการแสดงให้เห็นถึง "นโยบายการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม" ที่ ศอ.บต. พยายามผลักดันมาโดยตลอด การให้ความสำคัญกับพื้นที่แห่งศรัทธาของชุมชนเชื้อสายจีนในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางศาสนา คือการส่งสัญญาณว่า รัฐพร้อมสนับสนุนทุกกลุ่มความเชื่อเพื่อสร้างสันติสุขที่ยั่งยืน
ชาวบ้านในตำบลถ้ำทะลุขานรับแนวคิดนี้อย่างดี ผู้นำชุมชนรายหนึ่งระบุว่า การที่ข้าราชการระดับสูงลงมาคลุกคลีและให้ความสำคัญกับ "สถาบันครอบครัว" มากกว่าการเน้นเรื่องการปราบปรามเพียงอย่างเดียว ทำให้ชาวบ้านรู้สึกมีส่วนร่วมและกล้าที่จะแจ้งเบาะแสหรือดูแลบุตรหลานตัวเองมากขึ้น
ความท้าทายของพื้นที่บันนังสตา ในปี 2569 ยังคงมีอยู่รอบด้าน แต่โมเดล "ถ้ำทะลุ" ที่ใช้กีฬาเป็นตัวเชื่อม และใช้ความรักในครอบครัวเป็นเกราะป้องกัน อาจเป็นคำตอบที่รัฐไทยตามหามานานในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เพราะสุดท้ายแล้ว "ความอบอุ่นในบ้าน" อาจเป็นอาวุธที่ทรงพลังกว่า "มาตรากฎหมาย" ฉบับใดก็ตามในการสยบภัยร้ายที่ชื่อว่ายาเสพติด
ข่าวล่าสุด