ไทม์ไลน์การหายไปของ MH370
เครื่องบิน Boeing 777 หมายเลขที่จดทะเบียน "9M-MRO" ทะยานขึ้นจากสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซีย เมื่อเวลา 00.41 นาที ของวันที่ 8 มีนาคม 2557 และมีกำหนดการเดินทาง 5 ชั่วโมง 34 นาที ก่อนไปถึงสนามบินนาชาติปักกิ่ง ในเวลาประมาณ 06.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น แต่หายไปจากจอเรดาร์ขณะอยู่บนความสูง 35,000 ฟุต
กัปตันซาฮารี อาห์หมัด ชาห์ วัย 53 ปี ที่มีประสบการณ์การบิน 18,365 ชั่วโมง และเป็นหนึ่งในกัปตันที่อาวุโสที่สุดของ Malaysia Airlines หลังเข้าทำงานเมื่อปี 2526 ซึ่งเที่ยวบินนี้ยังเป็นเที่ยวบินฝึกหัดของ ฟาริก ฮามิด วัย 27 ปี ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นนักบินที่ได้รับการรับรองเป็นนักบินเต็มตัว นอกจากพวกเขาแล้วยังมีพนักงานต้อนรับชาวมาเลเซียอีก 10 คน และผู้โดยสาร 227 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 5 คน พวกเขามีหลากหลายเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่เป็นมาเลเซียกับจีนที่เหลือเป็นออสเตรเลีย อินเดีย, ฝรั่งเศส, สหรัฐฯ, อิหร่าน, ยูเครน, แคนาดา, รัสเซีย, นิวซีแลนด์, เนเธอร์แลนด์และไต้หวัน
ในห้องนักบินยังสื่อสารกับหอบังคับการบินหลังทะยานขึ้นได้ 38 นาที และอยู่ระหว่างคาบสมุทรมาลายูกับจังหวัดก่าเมาของเวียดนาม และคำพูดสุดท้ายของกัปตันซาห์ฮารีคือ "กู๊ดไนท์ มาเลเซียน ทรี-เซเว่น-ซีโร่" และไม่ติดต่อสื่อสารใด ๆ อีกเลย
หลังผ่านมา 10 ปี ดูเหมือนทฤษฎีจะมาลงเอยที่ "กัปตันเป็นคนทำ" โดยผู้เชี่ยวชาญจากโครงการวิจัยการจัดการจราจรทางอากาศที่ "ยูโรคอนโทรล" (EUROCONTROL) ให้ความเห็นว่า ถ้าเป็นความต้องการที่ทำให้เครื่องบินหายไปของกัปตัน ก็เป็นวิธีที่ฉลาดมาก เพราะการเลือกพื้นที่ที่เครื่องบินหายไประหว่างกัวลาลัมเปอร์กับเวียดนามนั้นถือเป็น "หลุมดำของจริง" เช่นเดียวกับกัปตันอาวุโสของสายการบินในเอเชียคนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ขับเครื่องบิน Boeing 777 ให้ความเห็นว่า บุคคลที่ขับเครื่องบินลำนี้ดูเหมือนจะกระทำโดยเจตนา และจงใจนำเครื่องบินปักหัวลงสู่มหาสมุทร