สำหรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยในญี่ปุ่น หากตัดสินใจซื้อบ้านในญี่ปุ่น เจอบ้านที่ถูกใจแล้ว มีเงินพร้อมซื้อแล้ว อาจจะต้องเดินทางไปญี่ปุ่นอย่างน้อยสองครั้งเพื่อตรวจสอบบ้านที่จะซื้อและดำเนินการเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ โดยในวันโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินค่าบ้านทั้งหมด และค่าธรรมเนียมอื่นๆ เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นแล้ว ก็สามารถย้ายของเข้าไปอยู่ในบ้านใหม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม หลังจากซื้อบ้านเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมว่ายังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมบำรุงบ้าน หากเป็นบ้านเก่าที่ไม่มีโครงสร้างรับแผ่นดินไหว ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเยอะ และยังมีภาษีที่ต้องจ่ายทุกปี เช่น ภาษีทรัพย์สินถาวร ภาษีผังเมือง ภาษีรายได้จากการปล่อยเช่า และหากขายต่อก็ต้องเสียภาษีจากกำไรที่ขายได้ด้วย
แต่ชาวต่างชาติจากหลายประเทศ ก็มองว่าแม้จะต้องเสียค่าซ่อมบำรุงและภาษี แต่ราคาบ้านร้างในญี่ปุ่น ก็ยังถูกกว่าราคาบ้านในประเทศตัวเองมาก ซึ่งชาวต่างชาติเหล่านี้ ไม่ได้ตั้งใจจะย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นอย่างถาวร แต่ตั้งใจซื้อเก็บไว้เป็นบ้านพักตากอากาศ และเปิดให้เช่า
อีกประเด็นหนึ่งที่อาจจะต้องเก็บไว้พิจารณาหากอยากซื้อบ้านร้างในญี่ปุ่น คืออย่างที่บอกไปแล้วว่า บ้านร้างเหล่านี้ มักอยู่ในชนบทที่ห่างไกล ซึ่งชนบทของญี่ปุ่น ยังคงรักษาวิถีการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมอยู่มาก และมักไม่ค่อยเปิดรับคนภายนอกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ยิ่งเป็นชาวต่างชาติ ยิ่งอาจถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ดังนั้นตอนที่ไปเลือกซื้อบ้าน ก็อย่าลืมทักทาย พูดคุยกับคนข้างบ้าน หรือคนในหมู่บ้านด้วย ว่าเขามีความเป็นมิตรมากน้อยแค่ไหน