เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

“เค่อ เหวินเจ๋อ” โพลเป็นอันดับ 3 แต่ครองอันดับ 1 ในใจชาว Gen Z ไต้หวัน

11 ม.ค. 2567 | chanchai_pra

“เค่อ เหวินเจ๋อ” โพลเป็นอันดับ 3 แต่ครองอันดับ 1 ในใจชาว Gen Z ไต้หวัน

แม้ว่า “เค่อ เหวินเจ๋อ” จะได้คะแนนนิยมอันดับ 3 ในบรรดาผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน แต่หากดูเฉพาะกลุ่มคน Gen Z เขาคือผู้สมัครที่ได้คะแนนนิยมอันดับ 1 ซึ่งต้องรอดูว่าเขาจะกลายเป็นม้ามืดในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่

การเมืองของไต้หวันถูกปกคลุมด้วยอิทธิพลของพรรคการเมืองสองพรรคใหญ่มาอย่างยาวนาน คือ “พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า” หรือพรรค DPP ที่เป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีนโยบายต่อต้านการรวมชาติกับจีน และอีกพรรคหนึ่งคือ “พรรคก๊กมินตั๋ง” หรือพรรค KMT ที่มีนโยบายเป็นมิตรกับจีน โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา สองพรรคนี้แข่งขันกันหาเสียง ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ สลับกันเป็นรัฐบาลมาตลอด แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีพรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่งที่ก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญ คือ “พรรคประชาชนไต้หวัน” หรือพรรค TPP ที่มี “เค่อ เหวินเจ๋อ” เป็นหัวหน้าพรรค และกำลังได้รับคะแนนนิยมเป็นอันดับ 3

“เค่อ เหวินเจ๋อ” โพลเป็นอันดับ 3 แต่ครองอันดับ 1 ในใจชาว Gen Z ไต้หวัน

แม้จะได้คะแนนนิยมเป็นอันดับที่ 3 อยู่ที่ 25% ตามหลังอีกสองพรรคค่อนข้างมาก แต่หากดูผลสำรวจความนิยมเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาว จะเห็นได้ว่า พรรค TPP ของ “เค่อ เหวินเจ๋อ” มีคะแนนนิยมเป็นอันดับ 1 ยิ่งคนอายุน้อยเท่าไร ยิ่งสนับสนุน “เค่อ เหวินเจ๋อ” มากเท่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเป็นครั้งแรก สนับสนุน “เค่อ เหวินเจ๋อ” เป็นประธานาธิบดี มากถึง 65% ส่วน “ไหล ชิงเต๋อ” จากพรรค DPP ได้รับคะแนนนิยมจากคนกลุ่มนี้แค่ 15% ส่วน “โหว โหย่วอี๋” จากพรรค KMT ได้รับคะแนนนิยมแค่ 12.5%

สาเหตุหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไต้หวัน สนับสนุน เค่อ เหวินเจ๋อ มากกว่าเป็นเพราะอีกสองพรรค มัวแต่ให้ความสำคัญกับเรื่องจุดยืนต่อประเทศจีน โดยหลงลืมการแก้ไขปัญหาที่คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ

 

คนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานในไต้หวัน มองว่าไต้หวันมีปัญหาใกล้ตัวที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรง ที่ควรได้รับการแก้ไขหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ค่าแรงที่หยุดนิ่ง หรือปัญหาบ้านราคาแพง โดยปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของไต้หวัน โตเพียง 1.61% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 8 ปี จากปัญหาการส่งออกส่วนประกอบสินค้าด้านเทคโนโลยีที่น้อยลง ทำให้มีคนตกงานมากขึ้น และมีรายได้น้อยลง สวนทางกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น และคนรุ่นใหม่เชื่อว่า เค่อ เหวินเจ๋อ สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ดีกว่าผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากอีกสองพรรคใหญ่

“เค่อ เหวินเจ๋อ” โพลเป็นอันดับ 3 แต่ครองอันดับ 1 ในใจชาว Gen Z ไต้หวัน

เค่อ เหวินเจ๋อ นับว่าเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ก่อนหน้านี้เขาเป็นศัลแพทย์และเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการเมืองในปี 2014 ด้วยสไตล์การพูดตรงๆ และบุคลิกภาพที่เป็นกันเอง ทำให้เขาสื่อสารกับกลุ่มคนหนุ่มสาวได้ดีกว่านักการเมืองภาพลักษณ์แบบเดิมๆ และยิ่งในตอนนั้น เขาออกตัวสนับสนุนขบวนการทานตะวันของกลุ่มนักศึกษา เพื่อประท้วงข้อตกลงการค้าข้ามช่องแคบกับจีน ที่คนรุ่นใหม่มองว่าเป็นการเจรจาที่ไม่โปร่งใส และไม่เป็นประชาธิปไตย ทำให้ เค่อ เหวินเจ๋อ ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างรวดเร็ว ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งได้เป็นนายกเทศมนตรีกรุงไทเป ในปีเดียวกัน

เค่อ เหวินเจ๋อ ตั้งพรรคการเมืองประชาชนไต้หวัน ในปี 2019 เพื่อเตรียมการเข้าสู่สนามเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในครั้งนี้ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายังคงรักษาภาพลักษณ์ความเป็นกันเองและคนพูดจาตรงๆ ง่ายๆ ที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ การที่เขาเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ ที่ชูนโยบายการแก้ไขปัญหาของไต้หวัน ด้วยการทำอะไรใหม่ๆ ยิ่งตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เบื่อหน่ายนักการเมืองรูปแบบเดิมๆ และเขายังใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

“เค่อ เหวินเจ๋อ” โพลเป็นอันดับ 3 แต่ครองอันดับ 1 ในใจชาว Gen Z ไต้หวัน

อย่างไรก็ตาม การที่เขาเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ก็เป็นจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน ชาวไต้หวันส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นว่าหากเขาชนะการเลือกตั้ง เขาจะทำนโยบายได้จริงตามสัญญาที่ให้ไว้ได้มากแค่ไหน และเขาก็ไม่เคยดูแลเศรษฐกิจในระดับประเทศมาก่อน

 

ต้องติดตามดูกันว่า ในการเลือกตั้งไต้หวันที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 มกราคมนี้ เค่อ เหวินเจ๋อ จะได้คะแนนเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากแค่ไหน และจะสามารถสร้างปาฏิหาริย์ คว่ำคู่แข่งอีกสองคนได้หรือไม่

ข่าวล่าสุด